Last updated: 20 พ.ค. 2567 | 1492 จำนวนผู้เข้าชม |
IRPC คาดผลประกอบการปีนี้เป็นบวก พร้อมเร่งสร้างความแข็งแกร่งในธุรกิจหลัก
นายกฤษณ์ อิ่มแสง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC เปิดเผยว่า แนวโน้มผลประกอบการปีนี้น่าจะกลับมาเป็นบวก โดยมีปัจจัยจากธุรกิจปิโตรเคมีที่ฟื้นตัวขึ้น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ ABS ที่มีส่วนต่างราคา (สเปรด) เติบโตขึ้นถึง 2 เท่า มาอยู่ที่ประมาณ 700 เหรียญสหรัฐต่อตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่เฉลี่ยอยู่ที่ 350 เหรียญสหรัฐต่อตัน เนื่องจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน ทำให้บริษัทเตรียมกลับมาเดินเครื่องโรงงานผลิต ABS เต็มกำลังการผลิตที่ 1.8 แสนตันต่อปี ในช่วงปลายเดือนพ.ค.นี้ เพิ่มขึ้นจากปลายปี 2566 ที่เดินเครื่องเพียง 40%
ส่วนแนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2567 อาจจะไม่ดีเท่าไตรมาส 1/2567 เนื่องจากค่าการกลั่นจะอ่อนตัวลง และในไตรมาสแรกบริษัทมีกำไรจากการสต็อกน้ำมัน แต่เชื่อว่าจะเริ่มดีขึ้นตั้งแต่ปลายไตรมาส 2 เป็นต้นไป ซึ่งจะส่งผลให้ผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปีนี้ปรับตัวดีขึ้น โดยมีปัจจัยบวก คือค่าการกลั่นที่ดีขึ้นจากความต้องการใช้น้ำมันในข่วงเทศกาล driving season ของสหรัฐฯ รวมทั้งสเปรด ABS ที่ดีขึ้นอย่างมาก ทั้งนี้คาดว่าในปี 2568 ผลการดำเนินงานจะดีขึ้นจากปี 2567
สำหรับ แผนการดำเนินการกลยุทธ์ 5 ปี (ปี 2567 – 2571) บริษัทมีกลยุทธ์สร้างความเข้มแข็งธุรกิจหลัก (Core uplift) โดยธุรกิจปิโตรเลียม บริษัทฯ สามารถผลิตและจำหน่ายน้ำมันสะอาดดีเซลกำมะถันต่ำตามมาตรฐานยูโร 5 ตั้งแต่ปลายปี 2566 ด้วยกำลังการผลิตประมาณ 93,500 บาร์เรลต่อวัน ตามแผนกลยุทธ์ “Domestic first” ที่มุ่งขยายสัดส่วนการจำหน่ายน้ำมันในประเทศผ่านเครือข่ายคลังน้ำมันทั่วประเทศ รวมทั้งขยายความร่วมมือกับผู้ค้าน้ำมันในประเทศอีกด้วย
ส่วนธุรกิจปิโตรเคมี บริษัทเพิ่มสัดส่วนการขายผลิตภัณฑ์ชนิดพิเศษ (Specialty products) ให้ได้ 38% ภายในปี 2567 และ 50% ในปี 2568 ด้วยกลยุทธ์ “Specialty boost” เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขัน โดยใช้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและประสบการณ์อันยาวนาน โดยมีความสำเร็จในช่วงไตรมาส 1 ปีนี้ อาทิ ธุรกิจท่อและโครงสร้างพื้นฐาน : เม็ดพลาสติก POLIMAXX HDPE 100 RC ใช้ในการผลิตท่อทนต่อแรงดันและรับแรงกระแทกสูง ตามมาตรฐาน EN1555-2021 อายุใช้งานยาวนานถึง 50 ปี ปัจจุบันได้ส่งออกเม็ดพลาสติก POLIMAXX PE100 RC ไปยังหลายภูมิภาค เช่น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แอฟริกาและอินเดีย เป็นต้น เม็ดพลาสติกPOLIMAXX PPR ใช้ในการผลิตท่อที่ทนต่อแรงขีดข่วนและแรงดัน ทนต่อสารเคมีได้มากกว่าท่อประปาทั่วไป สามารถเชื่อมต่อกันระหว่างท่อโดยใช้ความร้อนและมีอายุการใช้งานยาวนาน
ด้านธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและสุขอนามัย: เม็ดพลาสติก POLIMAXX PP Spunbond และ PP Meltblown (พีพี สปันปอนด์ และ พีพี เมลต์โบลน) สำหรับผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและสุขอนามัย เช่น หน้ากาก N95 ชุดกาวน์ ชุด PPE ผ้าอ้อมเด็กและผู้ใหญ่ รวมถึงแผ่นกรองต่าง ๆ ที่มีความปลอดภัยสูงเพราะไม่มีสารทาเลต (Phthalate free)
ธุรกิจยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์: Acetylene Black (ACB) (อะเซทิลีนแบล็ก) ด้วยคุณสมบัติการนำไฟฟ้า ลดไฟฟ้าสถิตย์ ช่วยในการถ่ายเทประจุความร้อน ดูดซึมความชื้นต่ำ มีความบริสุทธิ์สูง สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลาย เช่น งานแบตเตอรีในรถยนต์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System: ESS) เป็นต้น
ธุรกิจสีและสารเคลือบ ธุรกิจสีและสารเคลือบ บริษัทฯ ร่วมกับบริษัท เบเยอร์ จำกัด พัฒนาผลิตภัณฑ์สีและสารเคลือบมาตรฐานโลกเป็นครั้งแรกของประเทศ ด้วยส่วนผสม Polytetrafluoroethylene (PTFE) ที่มีคุณสมบัติพิเศษมีความทนทานต่อสภาพอากาศ ที่รุนแรง ช่วยยืดอายุการใช้งานโครงสร้างเหล็กถึงสามเท่า สำหรับใช้เคลือบโครงสร้างเหล็กในโรงกลั่นน้ำมัน โรงงาน ปิโตรเคมีสนามบิน ท่าเรือและสะพาน เป็นต้น
สำหรับความก้าวหน้าในกลยุทธ์การลงทุนแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ (Step up & Beyond) บริษัทได้ลงทุนในบริษัท วิสอัพ จำกัด (VISUP) ซึ่งเป็น Incubator / Accelerator ผลักดันนวัตกรรมและเทคโนโลยีของสถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) ในสัดส่วน 22% โดยมีความสนใจในเทคโนโลยีกลุ่ม Digital Temperature Indicator (DTI) ที่ร่วมกันวิจัยและพัฒนา รวมถึงต่อยอดกับ หมึกนำไฟฟ้า (Conductive ink) ของบริษัท โดยประยุกต์ใช้สำหรับบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ สามารถติดตามสินค้า ตรวจสอบสภาพสินค้า และให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภค
12 มิ.ย. 2569
12 มิ.ย. 2569
12 มิ.ย. 2569
12 มิ.ย. 2569