ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

Last updated: 28 พ.ค. 2567  |  907 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

RATCH ตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตปีละ 700 MW

นายนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATH เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าในปีนี้ จนถึงปี 2573 ขึ้นปีละ 700 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันมีโครงการอยู่ในมือรวมประมาณ 4,340 เมกะวัตต์ ผ่านการเข้าลงทุนซื้อกิจการ (M&A) โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์อยู่แล้ว (COD) ปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรในเวียดนาม, ฟิลิปปินส์, ออสเตรเลีย รวมทั้งสิ้น 6 โครงการคิดเป็นกำลังการผลิตรวมราว 550 เมกะวัตต์ คาดว่าจะปิดดีลทั้งหมดได้ภายในปีนี้ และยังเตรียมพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ๆ ร่วมกับพันธมิตรเดิม ไม่น้อยกว่า 500 เมกะวัตต์ โดยยังคงงบลงทุนปีนี้ไว้ที่ 15,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตในส่วนของพลังงานหมุนเวียนให้มากกว่า 30% ในปี 2570 จากปัจจุบันอยู่ที่ 26% ผ่านการลงทุนในประเทศที่มีศักยภาพ เช่น ไทย ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และลาว

ปัจจุบัน บริษัทมีการลงทุนโครงการในประเทศไทย ลาว ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และญี่ปุ่น โดยมีกำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นที่ลงทุนแล้ว 10,817.25 เมกะวัตต์ โดยเป็นกำลังการผลิตที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์ 9,007.29 เมกะวัตต์ และมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและก่อสร้าง กำลังการผลิตอยู่ที่ 1,809.96 เมกะวัตต์ เป็นกำลังผลิตพลังงานหมุนเวียนประมาณ 1,392.78 เมกะวัตต์ หรือคิดเป็น 76.95% โดยคาดว่าจะ COD ได้ปีนี้ 66.36 เมกะวัตต์ ขณะที่เหลือจะทยอย COD ต่อเนื่องได้จนถึงปี 76 เช่น โครงการ Solar Farm โครงการ Ben Tre WF โครงการรถโมโนเรลสีชมพูส่วนต่อขยาย มอเตอร์เวย์M6&M81 โครงการ Sibundong โครงการ Sekong เป็นต้น

ส่วนการลงทุนในธุรกิจ Non-Power บริษัทมีแผนจับมือกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญในด้านระบบโลจิสติกส์ ทั้งประเภทรางและรถในประเทศไทย คาดว่าจะเห็นความชัดเจนได้ภายในปีนี้ รวมถึงเริ่มศึกษาการร่วมทุนกับพันธมิตรทั้งในประเทศไทย ประเทศเพื่อนบ้าน และออสเตรเลีย ในธุรกิจพลังงานอนาคต เช่น โครงการพัฒนาเชื้อเพลิงไฮโดรเจน, โครงการกักเก็บพลังงาน/แบตเตอรี่, เทคโนโลยีการดัก การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (CUS) รวมถึงระบบผลิตไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ และจะร่วมทุนกับพันธมิตรในประเทศไทยในธุรกิจบริการสุขภาพ

นายนิทัศน์ กล่าวคาดการณ์ว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปีนี้จะเติบโตจากไตรมาส 1 เนื่องจากโรงไฟฟ้าหงสาหลับมาเดินเครื่องได้ตามปกติหลังปิดซ่อมบำรุงตามแผนไปในไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่บริษัทจะเริ่มรับรู้ผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนไพตัน กำลังการผลิตติดตั้งรวม 2,045 เมกะวัตต์ ในอินโดนีเซีย เดือนพ.ค.นี้ หลังประสบความสำเร็จในการเข้าลงทุนตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทคาดว่าจะรับรู้กำไรราวปีละ 2,000 ล้านบาท

ทั้งนี้บริษัทยังคงเป้าหมายกำไรจากการดำเนินงานของบริษัทก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ในปี 67 เติบโตมากกว่า 5% จากปีก่อนอยู่ที่ 14,124 ล้านบาท ตามการรับรู้ส่วนกำไรจากการลงทุนธุรกิจโรงพยาบาล, โรงไฟฟ้าในเวียดนามทยอยรับรู้ผลการดำเนินงานเข้ามา และโครงการรถไฟฟ้าที่เริ่มดำเนินการแล้ว อีกทั้งรับรู้ผลการดำเนินงานโรงไฟฟ้าพลังความร้อนไพตันในอินโดนีเซียเข้ามาด้วย

นายนิทัศน์ ยังได้ประกาศเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2050 (พ.ศ. 2593) ด้วยแนวคิด "ทำแล้ว ทำต่อ ทำให้ดีขึ้น" จะดำเนินการผลักดันภารกิจสำคัญ 5 ด้าน ประกอบด้วย 1) กลยุทธ์ธุรกิจ ทั้งธุรกิจผลิตไฟฟ้า ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก และธุรกิจนอกภาคผลิตไฟฟ้า หรือ Non-power เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถสร้างมูลค่าและคุณค่าระยะยาวให้กับบริษัทฯ อีกทั้งรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง 2) การลงทุน ที่มุ่งเน้นสร้างความสมดุลระหว่างการเข้าซื้อกิจการที่ดำเนินการแล้ว และการพัฒนาโครงการใหม่ เพื่อรักษากระแสเงินสดและอัตราผลตอบแทนให้เหมาะสม 3) การบริหารสินทรัพย์ โดยให้ความสำคัญกับโรงไฟฟ้าเพื่อให้เป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าที่มีความมั่นคงเชื่อถือได้สำหรับประเทศและลูกค้า ตลอดจนสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอให้กับบริษัทฯ 4) การบริหารการเงิน ให้พร้อมสำหรับการขยายธุรกิจของบริษัทฯ ทั้งในประเทศและต่างประเทศและเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้น 5) การบริหารทรัพยากรบุคคล ด้วยการเสริมและพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับธุรกิจในอนาคต

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้