Last updated: 8 ส.ค. 2567 | 759 จำนวนผู้เข้าชม |
ไทยออยล์ กำไรไตรมาส 2 กว่า 5,547 ล้านบาท
ไทยออยล์ ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2/67 มีรายได้จากการขาย 119,639 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 5,547 ล้านบาท
นายบัณฑิต ธรรมประจำจิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) (TOP) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/67 กลุ่มไทยออยล์มีรายได้จากการขาย 119,639 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 11,172 ล้านบาท ตามราคาขายและปริมาณการขายผลิตภัณฑ์น้ำมันสําเร็จรูปที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และมีกำไรสุทธิ 5,547 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 4,430 ล้านบาท
โดยมีกําไรขั้นต้นจากการผลิตของกลุ่มไม่รวมผลกระทบจากสต๊อกน้ำมันอยู่ที่ 5.7 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ลดลง 4.7 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล จากไตรมาสที่ผ่านมา สาเหตุหลักจากกําไรขั้นต้นจากการกลั่นที่ปรับตัวลดลงจากส่วนต่างราคาน้ำมันเบนซิน น้ำมันอากาศยาน/น้ำมันก๊าด และน้ำมันดีเซล กับน้ำมันดิบดูไบที่ปรับตัวลดลง ในขณะที่กําไรขั้นต้นจากธุรกิจผลิตสารอะโรเมติกส์ ปรับตัวดีขึ้นจากส่วนต่างราคาสารพาราไซลีน และสารเบนซีน กับน้ำมันเบนซิน 95 ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้กําไรขั้นต้นจากธุรกิจผลิตสารตั้งต้นสำหรับผลิตภัณฑ์สารทำความสะอาดปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ซักล้างที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงฤดูร้อนของประเทศส่วนใหญ่ในภูมิภาคเอเชีย ขณะที่กําไรจากธุรกิจผลิตน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานปรับตัวลดลงจากราคาน้ำมันเตาที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกดดันส่วนต่างราคาของน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานและยางมะตอยกับน้ำมันเตา
ด้านราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นจากราคาเฉลี่ยในไตรมาสแรก จากความกังวลเรื่องอุปทานน้ำมันดิบตึงตัวจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอน ประกอบกับกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันดิบโอเปกและพันธมิตร ยังคงขยายระยะเวลาปรับลดกําลังการผลิตต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 3 ของปี 2567 ส่งผลให้กลุ่มไทยออยล์มีกำไรจากสต๊อกน้ำมัน 1,395 ล้านบาท หรือ 1.4 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และมีกำไรขั้นต้นจากการผลิตของกลุ่มรวมผลกระทบจากสต๊อกน้ำมันอยู่ที่ 7 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในไตรมาส 2 ของปี 2567 ลดลง 3.5 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล จากไตรมาส 1 ของปี 2567
ในไตรมาส 2 โรงกลั่นไทยออยล์มีอัตราการใช้กําลังการกลั่น 111% เพิ่มขึ้น 6% จากไตรมาสแรก โดยในไตรมาสนี้มีการหยุดซ่อมบํารุงตามแผนของหน่วยกลั่นน้ำมันดิบที่ 1 (Crude Distillation Unit 3: CDU-1) และหน่วยที่เกี่ยวข้องเป็นเวลา 11 วัน ในเดือนพฤษภาคม 2567 โดยโรงกลั่นไทยออยล์มีกําไรขั้นต้นจากการกลั่นไม่รวมผลกระทบจากสต๊อกน้ำมัน 3.8 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ลดลง 5.2 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล จากไตรมาสที่ผ่านมา
ส่วนครึ่งปีแรกของปี 2567 มีรายได้จากการขาย 233,877 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 9,467 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 11,410 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 5,739 ล้านบาท
สำหรับภาพรวมธุรกิจโรงกลั่นในช่วงครึ่งหลังของปี มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสที่ 2 โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล ทั้งในช่วงฤดูกาลขับขี่ของสหรัฐฯ การเดินทางทางอากาศที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และความต้องการใช้น้ำมันเพื่อทำความร้อน ทั้งนี้ ค่าการกลั่นยังได้รับแรงหนุนจากปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปคงคลังที่แม้จะเพิ่มขึ้น แต่ยังคงอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย 5 ปีนอกจากนี้ ในช่วงเดือน ส.ค.-ต.ค. ตลาดยังคงจับตาสถานการณ์พายุเฮอริเคนในทะเลแอตแลนติกที่คาดว่าปีนี้จะมีจำนวนมากกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทั้งอุปสงค์และอุปทาน อย่างไรก็ตาม การเปิดดำเนินการของโรงกลั่นใหม่ในแอฟริกาจะส่งผลกดดันให้ค่าการกลั่นปรับเพิ่มขึ้นในระดับที่จำกัด ขณะที่ความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจโลก อันเนื่องจากตัวเลขทางเศรษฐกิจทั้งสหรัฐฯ และจีนที่ไม่ดีนัก อาจกดดันราคาน้ำมันดิบในครึ่งปีหลัง
5 เม.ย 2569
5 เม.ย 2569
5 เม.ย 2569
7 เม.ย 2569