Last updated: 25 เม.ย 2568 | 1086 จำนวนผู้เข้าชม |
ไตรมาส 1 ปตท.สผ. กำไร 1.65 หมื่นล้านบาท
นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2568 เปรียบเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2567 ปตท.สผ. และบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2568 จำนวน 488 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (สรอ.) เทียบเท่า 16,561 ล้านบาท ลดลง 51 ล้านดอลลาร์ สรอ. คิดเป็น 9% สาเหตุหลักจากปริมาณขายเฉลี่ยต่อวันลดลง
โดยมีกำไรจากการดำเนินงานปกติ 490 ล้านดอลลาร์ สรอ. ลดลง 41 ล้านดอลลาร์ สรอ. สาเหตุหลักจากรายได้จากการขายลดลงจากปริมาณขายเฉลี่ยต่อวันที่ลดลง 3% มาอยู่ที่ 484,218 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ส่วนใหญ่จากการขายน้ำมันดิบและคอนเดทเสทลดลงของโครงการโอมาน แปลง 61 โครงการแอลจีเรีย ฮาสสิ เบอร์ราเคซ และโครงการมาเลเซีย แปลงเค ขณะที่ปริมาณขายก๊าซธรรมชาติลดลงเล็กน้อยจากโครงการจี 2/61 ที่มีการปิดซ่อมบำรุงในไตรมาสนี้ กับโครงการจี 1/61 ที่การปิดซ่อมบำรุงลดลง ประกอบกับ ค่าเสื่อมราคา ค่าสูญสิ้น และค่าตัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่มาจากโครงการจี 1/61 ที่มีสินทรัพย์พร้อมใช้งานและปริมาณขายเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ยังมีการขาดทุนจากรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติ 2 ล้านดอลลาร์ สรอ. เปลี่ยนแปลง 10 ล้านดอลลาร์ สรอ. จากไตรมาส 4 ปี 2567 และมีขาดทุนเล็กน้อยจากกำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และจากสัญญาซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้าของลูกหนี้ตามเงินบาทที่อ่อนค่าระหว่างไตรมาส
โดยมีรายได้รวม 2,185 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบเท่า 74,196 ล้านบาท มีปริมาณขายปิโตรเลียมเฉลี่ย 484,218 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2567 ซึ่งส่วนใหญ่มาจากอัตราการผลิตปิโตรเลียมของโครงการ G1/61 ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ย 45.74 ดอลลาร์ สรอ.ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ ปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ปรับตัวลดลงเล็กน้อย 0.2% จากไตรมาสก่อนหน้า ประกอบกับต้นทุนต่อหน่วยที่เพิ่มขึ้น 5% มาอยู่ที่ 30.77 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ
ในไตรมาสที่ 1 และช่วงที่ผ่านมา บริษัทฯ มีความก้าวหน้าในการดำเนินธุรกิจหลายด้าน ล่าสุดได้ลงนามสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติส่วนเพิ่มของแหล่งอาทิตย์ กับ ปตท. ซึ่งเป็นผู้ซื้อ เพื่อเพิ่มปริมาณการขายก๊าซธรรมชาติต่อวันตามสัญญา (Daily Contract Quantity หรือ DCQ) ขึ้นเป็น 330 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน จากเดิมที่ปริมาณ 280 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ซึ่งจะมีผลตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 เป็นต้นไป
นอกจากนี้ ในเดือนเมษายน 2568 ปตท.สผ. ได้เข้าซื้อสัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มเติมในบริษัท APICO LLC ซึ่งเป็นผู้ร่วมทุนในโครงการสินภูฮ่อม แหล่งปิโตรเลียมบนบกที่สำคัญในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ส่งผลให้ ปตท.สผ. ถือหุ้นทั้งทางตรงและทางอ้อมในโครงการสินภูฮ่อมเพิ่มขึ้นเป็น 90% ทำให้ได้รับปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนการลงทุนที่เพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งในปี 2567 โครงการสินภูฮ่อมมีปริมาณการผลิตก๊าซธรรมชาติเฉลี่ย 105 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และคอนเดนเสท 222 บาร์เรลต่อวัน
ส่วนการพัฒนาโครงการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Capture and Storage หรือ CCS) ที่โครงการอาทิตย์ ได้รับการบรรจุอยู่ในแผนปฏิบัติการด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศปี 2564-2573 แล้วในปี 2567 ที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการทำข้อตกลงต่าง ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่การตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) คาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 700,000-1,000,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี
สำหรับความคืบหน้าของโครงการในต่างประเทศ โครงการสัมปทานกาชา ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ ตั้งอยู่นอกชายฝั่งทะเลทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ปัจจุบันโครงการอยู่ในระยะพัฒนา คาดว่าจะเริ่มการผลิตได้ในปีนี้ และโครงการอาบูดาบี ออฟชอร์ 2 ซึ่งตั้งอยู่นอกชายฝั่งทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยแผนพัฒนาโครงการได้รับอนุมัติจากหน่วยงานรัฐแล้ว คาดว่าจะตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้ายภายในปีนี้
12 มิ.ย. 2569
12 มิ.ย. 2569
12 มิ.ย. 2569
12 มิ.ย. 2569