บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)

Last updated: 13 ม.ค. 2569  |  114 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)

BGRIM ลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ 406 เมกะวัตต์ ในสหรัฐ

บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ ในการรุกตลาดพลังงานระดับโลกอย่างต่อเนื่อง โดยส่งบริษัทย่อยเข้าลงทุนในสัดส่วน 25% ในพอร์ตโฟลิโอโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกา กำลังการผลิตรวม 406 เมกะวัตต์ ผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Brookfield NERH Aggregator LLC (Brookfield) โดยบริษัท BGP Holding (US), LLC (BGP US) บริษัทย่อยที่ บี.กริม เพาเวอร์ ถือครองผลประโยชน์ทั้งหมด 100% ได้เข้าลงทุนโดยได้มาซึ่งสิทธิ์ในผลประโยชน์ในสัดส่วน 25% ในบริษัท New England Reliable Hydropower Holdings LLC (NERH) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Brookfield ภายหลังจากการบรรลุเงื่อนไขตามสัญญาซื้อขายที่ลงนามเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2568 คิดเป็นมูลค่าการเข้าลงทุนรวม 230.02 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 7,272.43 ล้านบาท) ภายหลังจากการทำรายการเสร็จสิ้น NERH จะมีสถานะเป็นบริษัทร่วมของ บี.กริม เพาเวอร์ โดยสิทธิในผลประโยชน์ที่เหลือ 75% ใน NERH จะถือโดยบริษัทในเครือของ Brookfield

NERH เป็นเจ้าของและดำเนินงานพอร์ตโฟลิโอโรงไฟฟ้าพลังน้ำรวม 26 แห่ง กำลังการผลิตรวม 406 เมกะวัตต์ พร้อมระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ ขนาด 8 เมกะวัตต์ โดยโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำตั้งอยู่ในรัฐเมน จำนวน 403 เมกะวัตต์ (25 โรงไฟฟ้า) และในรัฐนิวแฮมป์เชียร์ จำนวน 3 เมกะวัตต์ (1 โรงไฟฟ้า) ประเทศสหรัฐฯ ซึ่งพอร์ตโฟลิโอดังกล่าวมีปริมาณการผลิตไฟฟ้าคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 20% ของการผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำทั้งหมดในตลาดเสรี New England ซึ่งพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จะจำหน่ายในตลาด New England Independent System Operator (ISO-NE) และจ่ายให้กับผู้ซื้อไฟฟ้าภาคเอกชนหลายรายผ่านกลไกและสัญญาที่มั่นคง

นายพีรเดช พัฒนจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจพัฒนาพลังงานหมุนเวียน บี.กริม เพาเวอร์ กล่าวว่า ภาคพลังงานของสหรัฐฯ โดยเฉพาะในตลาด ISO-NE นับเป็นโอกาสที่สำคัญสำหรับ บี.กริม เพาเวอร์ เนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าในภูมิภาค New England มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 138 เทระวัตต์-ชั่วโมง ในปี 2568 เป็น 256 เทระวัตต์-ชั่วโมง ภายในปี 2593 โดยมีปัจจัยสำคัญทั้งจากการเติบโตทางเศรษฐกิจ การปรับเปลี่ยนรูปแบบมาใช้พลังงานไฟฟ้า และนโยบายการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ขณะเดียวกัน ทุกรัฐในภูมิภาค New England ได้กำหนดเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างน้อย 80% ภายในปี 2593 ซึ่งถือเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่แหล่งพลังงานที่สะอาดและมั่นคงมากยิ่งขึ้น อีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้ตลาดพลังงานในสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะตลาด ISO-NE มีความน่าสนใจ คือโครงสร้างตลาดแบบเสรีที่มีความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ รวมถึงกลไกราคาไฟฟ้าที่สะท้อนต้นทุนพลังงานที่แท้จริง ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ระบบตลาดเสรียังเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตไฟฟ้าสามารถสร้างรายได้ตามประสิทธิภาพและมูลค่าที่สร้างให้ระบบ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าที่มีความยืดหยุ่นสูงและสามารถสั่งการผลิตได้ในช่วงเวลาที่ระบบต้องการ (Dispatchable) เช่น โรงไฟฟ้าพลังน้ำในพอร์ตโฟลิโอที่ บี.กริม เพาเวอร์ เข้าลงทุน ซึ่งเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับผลตอบแทนของ บี.กริม เพาเวอร์ ในระยะยาว

การลงทุนในครั้งนี้ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ GreenLeap ของ บี.กริม เพาเวอร์ ที่มุ่งเน้นขยายฐานสินทรัพย์พลังงานหมุนเวียนให้มีความหลากหลายทั้งในเชิงภูมิศาสตร์ และประเภทเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน โดยเป็นการสืบต่อจากความสำเร็จในการเป็นพันธมิตรกับ Brookfield ในการเข้าลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Malacha กำลังการผลิต 30 เมกะวัตต์ ในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อปี 2567 ทั้งนี้ การลงทุนใน NERH 25% จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาวของ บี.กริม เพาเวอร์ การลงทุนดังกล่าวไม่เพียงแต่ขยายฐานธุรกิจพลังงานหมุนเวียนของ บี.กริม เพาเวอร์ ในสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ ผ่านแพลตฟอร์มที่มีความมั่นคง สามารถขยายการลงทุนอย่างมีศักยภาพในระยะยาว แต่ยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ร่วมกันกับ Brookfield ในการสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างยั่งยืนภายใต้การลงทุน ตลอดจนสนับสนุนเป้าหมายระยะยาวในการก้าวสู่องค์กรที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Carbon Emissions) ภายในปี 2593 (ปี 2050) รวมถึงเป้าหมายกำลังการผลิตสู่ 10,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2573

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้