บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

Last updated: 13 ม.ค. 2569  |  75 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

ราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น จากความกังวลต่ออุปทานน้ำมันดิบของอิหร่านที่ลดลง

หน่วยวิเคระห์สถานารณ์ราคาน้ำมัน บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันดิบปิดตลาดวันที่ 12 มกราคม 2569 ราคน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อยู่ที่ 59.50 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.38 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบเบรนท์ อยู่ที่ 63.87 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.53 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคาน้ำมัน ประกอบด้วย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสและเบรนท์เพิ่มขึ้นจากความกังวลต่อการส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่านที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2569 ว่า สหรัฐฯ อาจเข้าพบเจ้าหน้าที่ของอิหร่าน รวมทั้งได้ติดต่อกับฝ่ายค้านและกดดันผู้นำของอิหร่าน โดยขู่ว่าจะดำเนินมาตรการทางทหารที่เกี่ยวกับความรุนแรงที่ร้ายแรงต่อผู้ประท้วง ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันดิบของอิหร่านปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งเทียบเท่ากับการผลิตประมาณ 50 วัน เนื่องจากการปรับตัวลดลงของการซื้อน้ำมันดิบจากจีน รวมทั้งการปกป้องอุปทานของอิหร่านจากการโจมตีของสหรัฐฯ

นักลงทุนยังคงจับตาความเสี่ยงด้านอุปทานจากรัสเซีย เนื่องจากการโจมตีของยูเครนที่มุ่งเป้าไปยังโรงงานด้านพลังงาน และโอกาสของการคว่ำบาตรที่เข้มงวดขึ้นของสหรัฐฯ หลังประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้อนุญาตให้ร่างกฎหมายคว่ำบาตรโดยมุ่งเป้าไปยังประเทศที่ทำธุรกิจกับรัสเซีย โดยวุฒิสมาชิกได้กล่าวว่า ร่างกฎหมายนี้มีแนวโน้มที่จะพุ่งเป้าไปยังจีน อินเดีย และบราซิล ที่มีการซื้อน้ำมันราคาถูกจากรัสเซีย

เวเนซุเอลามีแนวโน้มที่จะกลับมาส่งออกน้ำมันดิบอีกครั้ง หลังการขับไล่ประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า รัฐบาลเวเนซุเอลาเตรียมส่งมอบน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตรมากถึง 50 ล้านบาร์เรล ให้กับสหรัฐฯ แม้ว่าบริษัทน้ำมันหลายแห่งจะแข่งขันกันเพื่อบรรลุข้อตกลงของรัฐบาลสหรัฐฯ แต่การขนส่งน้ำมันดิบของเวเนซุเอลายังคงมีความซับซ้อนและท้าทาย จากท่าเรือที่เก่า การเคลื่อนย้ายน้ำมันที่ขาดแคลนเรือขนาดเล็ก รวมถึงการบำรุงรักษาเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ไม่เพียงพอ หลังถูกคว่ำบาตรในช่วงเวลาที่ผ่านมา

ธนาคาร Goldman Sachs ของสหรัฐฯ คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวลดลงในปีนี้ จากแรงกดดันของอุปทานใหม่และส่วนเกินในตลาด หลังคาดการณ์ว่ากลุ่มโอเปกจะไม่มีการลดกำลังการผลิตอีก แม้ว่ายังคงมีความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับรัสเซีย เวเนซุเอลา และอิหร่านที่ยังคงขับเคลื่อนความผันผวนของตลาดต่อไป

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้