Last updated: 22 ม.ค. 2569 | 63 จำนวนผู้เข้าชม |
ไทยออยล์ คาดโครงการ CFP ใช้งบต่ำกว่าเดิมหลายพันล้านบาท
นายบัณฑิต ธรรมประจำจิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทฯ ได้มีการแก้ไขวิกฤตและผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ในระยะยาวไทยออยล์จะมีความแข็งแกร่งขึ้น โดยใช้กลยุทธ์ 2S 1P โดย S1 (ปี 2568 - 2573) เน้นการปรับธุรกิจหลัก คือ โรงกลั่นน้ำมัน โรงงานปิโตรเคมี ให้มีความเข้มแข็งเพื่อที่จะต่อยอดในอนาคต และจะเดินหน้าทำโครงการพลังงานสะอาด (Clean Fuel Project: CFP) ขยายธุรกิจไปต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้มีการขยายการส่งออกสารเคมีไปขายใน 10 ประเทศ ทำให้มีฐานลูกค้าใหญ่ขึ้น รองรับการเติบโตหลังจากโครงการ CFP แล้วเสร็จ ซึ่งจะมีผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นอีก 40%
เป็นการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ S2 (ปี 2574 - 2578) จะมีธุรกิจใหม่ โดยในช่วง 5 ปีนี้จะไม่มีธุรกิจใหม่เกิดขึ้น เพราะได้ลงทุนโครงการขนาดใหญ่คือ CFP ที่จะต้องผลักดันให้ผลิตเชิงพาณิชย์ให้ได้ เมื่อ CFP แล้วเสร็จจะเข้าสู่ธุรกิจใหม่ที่จะต่อยอดจากโรงกลั่นให้มากขึ้น อาทิ Personal Care, Home Care
ปี 2573 สถานะทางการเงินของบริษัทจะดีมาก กำไรจะก้าวกระโดดหลัง CFP แล้วเสร็จ ให้ผลตอบแทนการลงทุน ต้นทุนทางการดีขึ้น ผลิตภัณฑ์ที่ได้จะมีความยั่งยืน ตอบโจทย์ ESG ปี 2578 จะเพิ่มความหลากหลายของธุรกิจที่ไม่ใช่ฟอสซิล โดยจะเอาฟอสซิลไปทำผลิตภัณฑ์เพื่อผู้บริโภค ตั้งเป้า 20% ของกำไร
ส่วนความคืบหน้าโครงการ CFP ในภาพรวมมีการก่อสร้างไปแล้วกว่า 97% โดยมีการปรับรูปแบบการบริหารจัดการโครงการในช่วงปลายปีที่ผ่านมา จากการใช้ผู้รับเหมาหลัก มาเป็นการบริหารงานโดยตรงกับผู้รับเหมารายต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความคล่องตัว ควบคุมต้นทุน และเร่งรัดงานก่อสร้างให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้สามารถควบคุมคุณภาพ ระยะเวลา และงบลงทุนได้ดีขึ้น ปัจจุบันงานก่อสร้างส่วนที่เหลือภายใต้การบริหารใหม่ มีความคืบหน้าแล้วประมาณ 8-9% และตั้งเป้าเร่งงานให้แล้วเสร็จเร็วกว่าแผนเดิมประมาณ 1 ไตรมาส และคาดว่าจะประหยัดงบลงทุนได้หลายพันล้านบาท ตั้งเป้าให้หน่วยสาธารณูปโภค (Utility) หลักของโครงการแล้วเสร็จภายในปีนี้ เพื่อรองรับการทยอยเดินเครื่องของหน่วยผลิตใหม่ โดยคาดว่าโครงการทั้งหมดจะแล้วเสร็สามารถดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ปี 2571 ช่วยยกระดับกำลังการกลั่นรวมของไทยออยล์ขึ้นสู่ระดับ 400,000 บาร์เรลต่อวัน จากปัจจุบัน 275,000 บาร์เรลต่อวัน เสริมความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
นอกจากนี้ โครงการ CFP ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการกลั่นน้ำมันดิบหนัก (Heavy Crude) จากหลากหลายแหล่งทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเวเนซุเอลา แคนาดา หรือตะวันออกกลาง ซึ่งในช่วงที่สหรัฐอเมริกา ผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรต่อเวเนซุเอลา จะช่วยเพิ่มอุปทานน้ำมันดิบหนักในตลาดโลก ทำให้ราคามีความน่าสนใจมากขึ้น หากสหรัฐฯ มีการนำเข้าน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลา คาดว่าจะทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลง จะทำให้ค่าการกลั่นเพิ่มขึ้น และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ CFP
ส่วนเรื่องการหาพันธมิตรร่วมธุรกิจในอนาคต เป็นเรื่องของผู้ถือหุ้น ซึ่งไทยออยล์เปิดกว้าง แต่ต้องอยู่บนหลักการ Value Creation เป็นสำคัญ หากพันธมิตรสามารถเข้ามช่วยเสริมศักยภาพ และสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น บริษัทฯ ก็พร้อมพิจารณาอย่างรอบคอบ
ทางด้านนางวนิดา บุญภิรักษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านการเงินและบัญชี กล่าวว่า ในด้านฐานะการเงิน ไทยออยล์ประสบความสำเร็จในการบริหารโครงสร้างเงินทุนอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะการดำเนินโครงการ Asset Monetization ผ่านรูปแบบ Sale and Leaseback สำหรับสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐาน อาทิ ทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเล (SBM) ถังเก็บน้ำมัน และท่าเรือบางส่วน ซึ่งเปิดให้มีการเช่าและมีการเช่ากลับคือ ทำให้บริษัทสามารถควบคุมการดำเนินงานได้ตามปกติ และยังคงความเป็นเจ้าของ รวมถึงมีกระแสเงินสดกลับเข้ามาในบริษัทฯ ราว 18,000 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ปรับลดลงจาก 5.8 เท่า เหลือ 4.8 เท่า
บริษัทประสบความสำเร็จในการออก “หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์” สกุลเงินดอลลาร์ จำนวน 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งได้รับการตอบรับจากนักลงทุนทั่วโลก มียอดจองซื้อสูงเกือบ 11 เท่า สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพ และทิศทางธุรกิจของไทยออยล์ โดยบริษัทใช้เครื่องมือทางการเงินบริหารความเสี่ยง ทำให้ต้นทุนดอกเบี้ยสุทธิเมื่อแปลงเป็นเงินบาทอยู่ในระดับต่ำกว่าต้นทุนเงินกู้ทั่วไป
ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้มีการปรับโครงสร้างหนี้มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2568 โดยทำโครงการซื้อคืนหุ้นกู้ (Tender Offer) 550 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งได้รับส่วนลดเฉลี่ยประมาณ 14% ทำการลดภาระหนี้อย่างต่อเนื่องได้ถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีการออกหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ ส่งผลให้ตั้งแต่ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ไทยออยล์สามารถลดหนี้ได้รวมกว่า 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือมากกว่า 50,000 ล้านบาท
22 ม.ค. 2569
22 ม.ค. 2569
22 ม.ค. 2569
21 ม.ค. 2569