บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน)

Last updated: 4 มี.ค. 2569  |  40 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน)

GGC ตั้งเป้า EBITDA 1,200 ล้านบาท ปี 73 รายได้โต 20%

นายกฤษฎา ประเสริฐสุโข กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC เปิดเผยว่า ปี 2569 GGC จะดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด “GGC Taking the Future” เพื่อขับเคลื่อนองค์กรอย่างมุ่งมั่นและมีทิศทางชัดเจน ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ยกระดับศักยภาพการแข่งขัน สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ โดยปี 2569 ตั้งเป้าผลักดัน EBITDA เติบโต 10% และแตะ 1,200 ล้านบาท ผลักดันรายได้ 20% ภายในปี 2573 และเร่งขยายธุรกิจในกลุ่มผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง (HVP)

ซึ่งจะมีการดำเนินการผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1.Take Cost Competitiveness ยกระดับความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน ตั้งเป้าลดต้นทุน 150 ล้านบาท ผ่านการบริหารจัดการสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และลดต้นทุนต่อหน่วยอย่างเป็นระบบ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยมีแผนลงทุนปี 2569 ที่ 400 ล้านบาท ซึ่งใช้เงินทุนหมุนเวียนของบริษัทฯ สะท้อนถึงศักยภาพในการบริหารความยืดหยุ่น (Financial Resilience) ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก โดยยังคงรักษาฐานะการเป็น Debt-Free Company ทั้งนี้ สิ้นปี 2568 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวมกว่า 10,332 ล้านบาท และมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเกือบ 1,000 ล้านบาท

2.Take Growth & Value เร่งสร้างการเติบโตและเพิ่มมูลค่าธุรกิจอย่างเป็นระบบ ผ่านการขยายกำลังการผลิต Fatty Alcohol อีก 10,000 ตัน เพื่อรองรับความต้องการตลาดและเสริมศักยภาพการแข่งขันควบคู่กับการดำเนินกลยุทธ์เชิงพาณิชย์แบบ Data-Driven และการใช้โมเดลธุรกิจ Tolling / Trading เพื่อเพิ่มความคล่องตัว และสร้างผลกำไรอย่างมีประสิทธิภาพ

ตั้งเป้าผลักดันรายได้จากผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง (High Value Products: HVP) เติบโต 20 % ผ่าน 4 แพลตฟอร์มหลัก ได้แก่
2.1 กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและอาหารสัตว์ (Food & Feed) จะเปิดตัว Bio NutriSorb อิมัลชั่น ชีวภาพ สำเร็จรูปสำหรับผสมอาหารสัตว์ และขยายไลน์ Nutralist ด้วย Vitamin C Plus รองรับแนวโน้มการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน
2.2 กลุ่มผลิตภัณฑ์เภสัชกรรม (Pharmaceutical) จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ภายใต้ Nutralist ได้แก่ Phyto Activ Plus ช่วยดูแลเรื่องคอเลสเตอรอล สุขภาพหัวใจ และหลอดเลือด เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ
2.3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเครื่องสำอาง (Cosmetic & Personal Care) เปิดตัว C12-14 Alkyl / Benzoate (ABZ) วัตถุดิบสำหรับ Skincare และ Cosmetics เพื่อเจาะตลาดความงามที่เติบโต โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย และมาตรฐานสากล
2.4 กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อใช้งานในอุตสาหกรรม (Industrial Application) ผลักดัน Biosovell สำหรับภาคเกษตร (Biochemical for Agriculture) และอุตสาหกรรมสี (Paint) เน้นสารเคมีชีวภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสอดคล้องมาตรฐานความยั่งยืน/คาร์บอนต่ำ

3.Take Sustainability Forward สร้างความยั่งยืนให้เป็นทั้งโอกาสทางธุรกิจ และข้อได้เปรียบเชิงการแข่งขัน โดยขับเคลื่อนผ่านโครงการ Carbon Credit Program จากสวนปาล์มต้นแบบกว่า 5,000 ไร่ และเตรียมความพร้อมด้าน EUDR เพื่อสร้างระบบ Traceability ครบตลอดห่วงโซ่อุปทาน รวมทั้งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโรงงานผ่านโครงการ Biogas และการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน (Energy Efficiency) เพื่อมุ่งสู่การลด GHG Emission อย่างเป็นรูปธรรม

ทิศทางธุรกิจในปี 2569 ประเทศไทยและภาคอุตสาหกรรมจะยังคงเผชิญความท้าทายจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายกำแพงภาษี ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และราคาพลังงานที่ปรับตัวตามกลไกตลาด แต่ GGC มีความพร้อมในการรับมือและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว และด้วยศักยภาพด้านความยืดหยุ่นทางการเงิน ที่แข็งแกร่ง บริษัทฯ มีการบริหารจัดการสภาพคล่องอย่างมีประสิทธิภาพ มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่เป็นบวกอย่างต่อเนื่อง และยังคงรักษาความบริษัทที่ปราศจากภาระหนี้ (Debt-Free Company) ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่พร้อมรองรับการเติบโต ตามยุทธศาสตร์ระยะยาวของบริษัทฯ

สำหรับโครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ ที่จังหวัดนครสวรรค์ การก่อสร้างโรงงานทั้งเฟส 1 และ 2 เสร็จเรียบร้อยทั้งหมดแล้ว อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ ซึ่งมีทิศทางแล้วว่าจะปรับอย่างไร แต่เนื่องจากมีส่วนที่จะต้องเกี่ยวข้องกับหน่วยงานราชการต่าง ๆ ทำให้มีความล่าช้าออกไป แต่คาดว่าจะเสร็จเรียบร้อยทั้งหมดในปีนี้ ซึ่งโครงการมีการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ (Write Off) ประมาณ 600 ล้านบาท และปรากฎในงบปี 2568 เรียบร้อยแล้ว ซึ่งปีนี้โรงงานของกับ NatureWorks จะเริ่มผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพ Ingeo กำลังการผลิต 75,000 ตันต่อปี จะทำให้โครงการสาธารณูปโภคของบริษัทฯ ที่เป็นโรงไฟฟ้าชีวมวล ขนาด 85 เมกะวัตต์ และไอน้ำ 475 ตันต่อชั่วโมง สามารถที่จ่ายไฟฟ้าป้อนให้กับโครงการของกับ NatureWorks ได้ จะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

สำหรับโครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ ระยะที่ 1 มีการลงทุนประมาณ 7,500 ล้านบาท ประกอบด้วย โรงหีบอ้อย กำลังการผลิต 24,000 ตันต่อวัน โรงงานเอทานอล กำลังการผลิต 600,000 ลิตรต่อวัน และโรงไฟฟ้าชีวมวล กำลังการผลิต 85 เมกะวัตต์ และไอน้ำ 475 ตันต่อชั่วโมง โดยในส่วนของโรงงานเอทานอลได้หยุดการผลิตเกือบทั้งหมด ตั้งแต่ 2 เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากราคาเอทานอลต่ำมา ไม่คุ้มกับต้นทุนการผลิต แต่บริษัทฯ ยังมีสต๊อกเพื่อส่งให้กับลูกค้าอยู่

ส่วนระยะที่ 2 ร่วมมือกับ NatureWorks LLC ลงทุนสร้างโรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพชนิด PLA (Polylactic Acid) แบบครบวงจร

กลุ่ม ปตท. เตรียมเสนอภาครัฐให้มีการใช้เอทานอลและไบโอดีเซลเพิ่มขึ้น เพื่อเปลี่ยนวิกฤตราคาน้ำมันให้เป็นโอกาส โดยเสนอเพิ่มสัดส่วนการผสม บี100 เพิ่มขึ้นจากอยู่ที่ 5% เป็น 10-20% และส่งเสริมการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ให้เป็น อี20 มากขึ้น เพื่อเพิ่มการใช้น้ำมันชีวภาพที่สามารถผลิตได้ในประเทศมากขึ้น ลดการใช้นำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ ได้ประโยชน์กับผู้ผลิตเอทานอลและไบโอดีเซลในประเทศ ซึ่งกลุ่ม ปตท.จะนำข้อเสนอดังกล่าวไปเสนอกับทางภาครัฐ

ปัจจุบัน GGC มีปริมาณการผลิต บี100 อยู่ที่ 500,000 ตันต่อปี และเอทานอลอยู่ที่ 180 ล้านลิตรต่อปี ขณะที่กำลังการผลิตรวมของประเทศมีมากพอรองรับ หากรัฐมีการปรับสัดส่วนการผสมเพิ่มขึ้นเป็น บี10

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้