Last updated: 11 มี.ค. 2569 | 73 จำนวนผู้เข้าชม |
EGCO มั่นใจรายได้ปีนี้โตต่อเนื่อง จากโรงไฟฟ้า Pinnacle ll
นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 2569 คาดว่าจะเติบโตจากปีก่อนที่มีรายได้รวม 37,905 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 4,727 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นจากโครงการทั้งในและต่างประเทศที่บริษัทเข้าไปลงทุนก่อนหน้านี้ ในสหรัฐอเมริกาเป็นการรับรู้รายได้เต็มปีจากการลงทุนในกลุ่มโรงไฟฟ้า Pinnacle ll และการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในโรงไฟฟ้า Linden Cogen เป็น 38%
ขณะเดียวกันคาดว่าโรงไฟฟ้าที่บริษัทถือหุ้นในสหรัฐฯ จะได้รับประโยชน์จากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เติบโตขึ้น จากความต้องการของธุรกิจ Data Center และ AI ส่วนในฟิลิปปินส์เป็นการรับรู้รายได้เต็มปีจากโรงไฟฟ้า Quezon ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าฉบับใหม่ 400 เมกะวัตต์ ขณะที่ในอินโดนีเซียเป็นการขยายการลงทุนของธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่องด้านสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน CDI Group
โดยในปี 2569 บริษัทเตรียมงบลงทุนไว้ 30,000 ล้านบาท เพื่อเดินหน้าลงทุนเชิงกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการแสวงหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า จากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติคุณภาพสูงและโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ผ่าน การลงทุนทั้งรูปแบบการควบรวมและซื้อกิจการ(M&A) โดยล่าสุดอยู่ระหว่างเจรจาโครงการโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ ทั้งโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ และโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน จำนวน 2 โครงการ คาดว่าจะสามารถสรุปดีล M&A ได้ภายในไตรมาส 2 ปีนี้ หากปิดดีลสำเร็จตามแผน คาดว่าจะสามารถทยอยรับรู้รายได้เข้ามาภายในปีนี้
นอกจากนี้บริษัทยังพิจารณาการลงทุนพัฒนาโครงการใหม่ โดยต่อยอดและเน้นการลงทุนในประเทศที่มีฐานธุรกิจและพันธมิตรอยู่แล้ว 7 ประเทศ โดยเฉพาะตลาดพลังงานในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานธุรกิจที่สำคัญของ EGCO และมีความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เติบโตขึ้นจากความต้องของธุรกิจ Data Center
สำหรับการลงทุนในประเทศ มีความก้าวหน้าของโครงการ RE Big Lot รอบที่ 2 โดย EGCO มีจำนวน 11 โครงการ กำลังการผลิตรวม 448 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างการทยอยลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ซึ่งประกอบด้วย PPA กับ กฟผ. (SPP) 10 โครงการ และ PPA กับ กฟภ. (VSPP) 1 โครงการ คาดว่า PPA ทั้งหมดจะลงนามเรียบร้อยภายในไตรมาสที่ 2/2569 และการก่อสร้างโครงการแรกจะเริ่มกลางปี 2570 โดยจะทยอยเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (SCOD) ในปี 2571-2573
ทั้งนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างศึกษานโยบาย Direct PPA ที่เปิดทางให้ภาคเอกชนทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับผู้ผลิตได้โดยตรง ซึ่งเป็นแรงดึงดูดสำคัญในการลงทุนของธุรกิจ Data Center ที่ต้องการพลังงานสะอาดและมีเสถียรภาพ ในขณะที่โครงการนิคมอุตสาหกรรมเอ็กโกระยอง (ERIE) อยู่ระหว่างการติดตามความเป็นไปได้ในการรับไฟฟ้าจากระบบส่ง (Grid) ของ กฟผ. และการหารือกับลูกค้า Data Center ขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพในการลงทุนในพื้นที่นิคมฯ ซึ่งมีความต้องการใช้ไฟฟ้าและน้ำในปริมาณมาก คาดว่าจะอยู่ประมาณ 400-500 เมกะวัตต์ อีกทั้ง EGCO ยังอยู่ระหว่างการหาโอกาสทางธุรกิจเพิ่มเติมในรูปแบบโรงไฟฟ้าที่ผลิตไฟฟ้าเพื่อขายตรง (Independent Power Supply: IPS) และการขายไฟฟ้าผ่าน Direct PPA เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้า Data Center ในพื้นที่นิคมฯ ในอนาคตอีกด้วย
ส่วนสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง นายธวัชชัย กล่าวว่า ปัจจุบันส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของ EGCO ใน “ระดับที่จำกัด” เนื่องจากโครงการที่มี PPA ค่าเชื้อเพลิงมีกลไกส่งผ่านค่าเชื้อเพลิงไปยังผู้รับซื้อไฟฟ้าในขณะที่โครงการ ที่ขายไฟฟ้าใน Pool Market ค่าไฟฟ้าจะสะท้อนค่าเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น นอกจากนี้บริษัทมีการสำรองเชื้อเพลิงที่เพียงพอและมีระบบขนส่งที่ไม่ได้พึ่งพาเส้นทางความขัดแย้งโดยตรง ทำให้มั่นใจว่าการผลิตไฟฟ้าจะไม่หยุดชะงัก
อย่างไรก็ตามบริษัทมีการกระจายการลงทุนที่หลากหลาย (Diversified Portfolio) ทั้งในด้านประเภทเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า (Renewable & Conventional) และธุรกิจอื่นๆ ช่วยลดการกระจุกตัวของความเสี่ยง ปัจจุบัน EGCO มีกำลังการผลิตรวม 6,844 เมกะวัตต์ รวมทั้งยังคงมีกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง และโครงสร้างทางการเงินที่มั่นคง พร้อมรับมือกับความผันผวนของตลาดทุนทั่วโลก แม้ราคาหุ้นในกลุ่มพลังงานอาจได้รับแรงกดดันจากบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก แต่พื้นฐานของ EGCO ยังคงแข็งแกร่งและไม่ได้รับผลกระทบ
ABOUT THE AUTHOR
ดลฤดี ไชยสมบัติ
กองบรรณาธิการ Energy Time Online
11 มี.ค. 2569
11 มี.ค. 2569
11 มี.ค. 2569
11 มี.ค. 2569