สถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งประเทศไทย

Last updated: 26 มี.ค. 2569  |  364 จำนวนผู้เข้าชม  | 

สถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งประเทศไทย

ไขข้อสงสัย ทำไมประเทศไทยต้องอิงราคาน้ำมันสิงคโปร์ ?

หลายๆคนคงสงสัยว่า ประเทศที่ขุดเจาะและผลิตน้ำมันเองได้อย่างประเทศไทย แถมยังมีโรงกลั่นน้ำมันมากถึง 6 แห่ง ซึ่งมากกว่าประเทศสิงคโปร์ แต่ทำไมยังต้องไปอิงราคาน้ำมันสิงคโปร์? นายคุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะมีโรงกลั่นน้ำมันมากถึง 6 แห่ง แต่กำลังการผลิตของไทยกลับน้อยกว่าของสิงคโปร์ โดยโรงกลั่นน้ำมันของไทยรวมทั้งหมดสามารถผลิตน้ำมันได้ประมาณ 1.1 - 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่โรงกลั่นของสิงคโปร์มีเพียง 3 แห่งแต่มีกำลังการผลิตสูงถึง 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน และมีความต้องการใช้น้ำมันกลับไม่ถึง 2 แสนบาร์เรลต่อวัน ขณะที่ไทยเรามีการใช้สูงถึง 7.5 แสนบาร์เรลต่อวัน

นอกจากนี้สิงคโปร์ยังเป็นศูนย์กลางการซื้อขายน้ำมันที่มีสภาพคล่องสูงที่สุดในภูมิภาค และราคาเคลื่อนไหวสอดคล้องกับตลาดโลก เป็นแหล่งส่งออกที่ใหญ่และใกล้ไทยที่สุด การอ้างอิงราคานี้เป็นการบังคับให้โรงกลั่นไทยต้องแข่งขันกับราคาที่ถูกที่สุดในภูมิภาค เพราะถ้าหากตั้งราคาสูงเกินไป ผู้ค้าก็สามารถนำเข้าน้ำมันในราคาที่ถูกกว่าจากสิงคโปร์ได้ ในทางกลับกันหากมีการควบคุมราคาในระดับที่ต่ำเกินไปในระยะสั้น โรงกลั่นจะหันไปส่งออกแทน ซึ่งหากถูกห้ามส่งออก โรงกลั่นก็ยังขายให้ผู้ค้ารายย่อย หรือ จ๊อบเบอร์แทน ซึ่งจ็อบเบอร์ก็อาจจะลักลอบนำไปขายต่อได้ รวมถึงอาจทำให้โรงกลั่นหยุดการผลิตลง จนส่งกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศได้

นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องราคาน้ำมันในไทยที่แพงกว่าของมาเลเซีย ซึ่งคุณคุรุจิต กล่าวว่า ราคาน้ำมันของมาเลเซียไม่ได้มีราคาถูกกว่าไทย เพราะมาเลเซียก็ใช้มาตรฐานเดียวกัน โดยใช้ราคาอ้างอิงตลาดสิงคโปร์เช่นเดียวกัน ไม่ได้ใช้ระบบต้นทุนบวกกำไร (Cost-Plus) แต่ที่ผ่านมารัฐบาลมาเลเซียใช้การอุดหนุนราคาเพื่อกดราคาหน้าสถานีบริการ

อย่างไรก็ตามการกำหนดราคาน้ำมัน ส่วนใหญ่โรงกลั่นไม่ได้ขายราคาหน้าโรงกลั่น แต่เอาราคาจากที่สิงคโปร์มากำหนดตกลงกันว่าจะบวกลบเท่าไร (MOPS +/- Premium) ซึ่งขึ้นอยู่กับการเจรจาต่อรอง โดยพิจารณาจากปริมาณการซื้อขายและคุณภาพเครดิตของคู่ค้าเป็นหลัก ขณะที่ทางสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงก็ใช้ราคาน้ำมันจากสิงคโปร์เป็นตัวมอนิเตอร์ว่าราคาขึ้นลงยังงัย ควรเก็บเงินเข้ากองทุนเท่าไร ควรชดเชยเท่าไร ค่าการตลาดควรเป็นเท่าไร

สุดท้ายไม่ว่าจะกำหนดราคายังงัย ปัจจุบันราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นมากเหมือนกันทุกประเทศ ดังนั้นเห็นว่าประเทศไทยควรพิจารณาปล่อยลอยตัวราคาให้สอดคล้องกับกลไกตลาดและเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย เพื่อหยุดวิกฤตกองทุนน้ำมันดีเซลที่ปัจจุบันมีสภาวะติดลบสะสมกว่า 8 หมื่นล้านบาทแล้ว และให้ความช่วยเหลือ ดูแลกลุ่มเปราะบาง เพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบดังกล่าว

ABOUT THE AUTHOR

กันยา เลขวัฒนะ

กองบรรณาธิการ Energy Time Online

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Energy Wake Up

25 มี.ค. 2569

Energy Wake Up

24 มี.ค. 2569

Energy Wake Up

26 มี.ค. 2569

Energy Wake Up

23 มี.ค. 2569

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้