บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

Last updated: 2 เม.ย 2569  |  123 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

กัลฟ์ ขายหุ้น PLPC 51% ให้ JHI มูลค่ากว่า 144 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า บริษัทฯ และ บริษัท Gulf Hydropower Holdings Private Limited (GHH) ที่บริษัทฯ ถือหุ้น 100% ได้ขายหุ้นที่ถืออยู่ในบริษัท Pak Lay Power Company Limited (PLPC) ในสัดส่วนรวม 51% ประกอบด้วยหุ้นที่ถือโดยบริษัทฯ 40% และหุ้นที่ถือโดย GHH 11% ให้แก่ JH INTERNATIONAL B.V. (JHI) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง J-Power Investment Netherlands B.V. (บริษัทย่อยของ Electric Power Development Company Limited (J-Power)) และ Hazama Ando Corporation โดยคิดเป็นมูลค่าขายรวมทั้งสิ้นประมาณ 144.78 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ ณ ปัจจุบัน GHH ในสัดส่วน 49% และ JHI ถือหุ้นในสัดส่วน 51%

บริษัท Pak Lay Power Company Limited (PLPC) ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Pak Lay มีกำลังการผลิตติดตั้ง 770 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่บนแม่น้ำโขง เมืองปากลาย แขวงไซยะบุรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นระยะเวลา 29 ปี เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าทั้งหมดให้แก่ กฟผ.มีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2576

โครงการ Pak Lay เป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบน้ำไหลผ่านตลอดปี (Run-of-River) ที่ไม่มีการกักเก็บน้ำในรูปแบบของเขื่อนประเภทอ่างเก็บน้ำ (Reservoir) และไม่มีการเบี่ยงน้ำออกจากแม่น้ำโขง แต่ใช้การไหลของน้ำตามธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้า โดยที่ปริมาณน้ำไหลเข้าเท่ากับปริมาณน้ำไหลออก ดังนั้น จึงไม่ส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำในแม่น้ำโขง

ทั้งนี้ การขายหุ้นบางส่วนเป็นไปตามกลยุทธ์ของบริษัทฯ ในการสร้างพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ระยะยาวกับบริษัทชั้นนำระดับสากล โดย J-Power เป็นหนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระรายใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่นที่มีประสบการณ์ยาวนานในการพัฒนา ก่อสร้าง และดำเนินธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและโรงไฟฟ้าหลากหลายประเภท ทั้งโรงไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียน รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำทั้งในประเทศญี่ปุ่นและต่างประเทศ

ที่ผ่านมาบริษัทฯ และ J-Power เป็นพันธมิตรทางธุรกิจมาอย่างยาวนานกว่า 10 ปี และได้ร่วมลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าหลายโครงการ อาทิ โครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในกลุ่มกัลฟ์ เจพี (GJP) และโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Jackson Generation ในประเทศสหรัฐอเมริกา ในขณะที่ Hazama Ando Corporation เป็นหนึ่งในบริษัทก่อสร้างและวิศวกรรมชั้นน าของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีประสบการณ์ยาวนานในการพัฒนาและก่อสร้างโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ โดยมีความเชี่ยวชาญด้านงานวิศวกรรมโยธา การก่อสร้างเขื่อน และโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ โดยการร่วมลงทุนกับพันธมิตรทั้งสองรายในครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการพัฒนาและดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ รวมทั้งสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจพลังงานหมุนเวียนของบริษัทฯ ในระยะยาว

ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการ Energy Time Online

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้