Last updated: 22 เม.ย 2569 | 190 จำนวนผู้เข้าชม |
BGRIM คาดกำไรปี 73 แตะ 4-5 พันล้านบาท
ในการประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี 2569 ของบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM วันที่ 22 เมษายน 2569 ปี 2573 ที่ตั้งเป้ากำลังการผลิตไฟฟ้า 10,000 เมกะวัตต์ คาดว่าจะมีกำไรอยู่ที่ระดับ 4-5 พันล้านบาท ซึ่งการเติบโตมาจากโครงการลงทุนต่าง ๆ ของบริษัทฯ จากปัจจุบันมีกำไรประมาณ 2 พันล้านบาท
ผู้ถือหุ้นอนุมัติให้มีการออกและเสนขายหุ้นกู้วงเงินไม่เกิน 100,000 ล้านบาท มีอายุ 5 ปี เพื่อบริหารจัดการให้มีความยืดหยุ่นทางการเงิน วัตถุประสงค์ จะครอบคลุมถึง บริษัทฯ บริษัทย่อย และบริษัทร่วม โดยจะพิจารณายืดหยุ่นในการจัดหาเงินกู้ของบริษัทฯ หรือบริษัทในกลุ่ม เพื่อความเหมาะสม โดยจะกำหนดวัตถุประสงค์ในการออกหุ้นกู้ในแต่ละครั้งว่าจะใช้ในออกเพื่อการขยายการลงทุน การรีไฟแนนซ์ หรือกู้เงินจากสถาบันการเงินแทน
นางสาวศิริวงศ์ บวรบุญฤทัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร งานการเงินและบัญชี กล่าวว่า ปี 2569 มีหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดไถ่ถอน 4,500 ล้านบาท ก็จะมีการออกหุ้นกู้มาทดแทนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดนี้ และอาจจะออกหุ้นกู้เพื่อการลงทุนในโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา และการก่อสร้าง ซึ่งจะพิจารณาวงเงินอีกครั้งหนึ่ง
สำหรับเรื่องผลกระทบจากการปรับค่าไฟฟ้า ทาง BGRIM มีการปรับสูตรราคาขายกับกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม ซึ่งมีทั้งหมดรวม 800 เมกะวัตต์ มีการปรับสูตรราคาเป็นแบบ Gas Link Formula หรือการส่งผ่านต้นทุนค่าก๊าซไปยังลูกค้า แทนแบบเดิมที่จะรับภาระต้นทุนค่าก๊าซไว้เอง เมื่อได้รับผลกระทบจากการปรับค่าเอฟทีที่ไม่สดคล้องกับต้นทุน โดยมีการดำเนินการปรับสูตรค่าไฟฟ้าไปแล้ว 400 เมกะวัตต์ ส่วนที่เหลืออีก 400 เมกะวัตต์ กำลังเจรจาจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนนี้ หลังจากนั้นภายในเดือนพฤษภาคมจะเริ่มใช้สัญญาใหม่ทั้งหมด
นอกจากนี้ เพื่อปรับโครงสร้างการลงทุนและบริหารจัดการสินทรัพย์การลงทุนให้เหมาะสม โดยทำ Asset Modernization ซึ่งบริษัทฯ กำลังพิจารณาขายบางโครงการออกไป หรือมีการหา Strategic Partner และอาจจะมีการตั้ง Infrastructure Fund โดยนำสินทรัพย์ที่เปิดเดินเครื่องแล้วที่จะนำมาขายเข้ากองทุน ซึ่งจะมีการรับรู้ค่า Manage Fee ได้เพิ่ม
สำหรับเงิน 5 ปี ส่วนของ บี.กริม ลงทุน 4.8-5 หมื่นล้านบาท จะมาจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 2 ใน 3 ของการลงทุนทั้งหมด ประมาณ 23,000 ล้านบาท ที่เหลือจะเป็นการจัดหาเงินทุน
นายพีรเดช พัฒนจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจพัฒนาพลังงานหมุนเวียนสำหรับการลงทุนในต่างประเทศ กล่าวว่า ปีนี้จะเน้นการลงทุนในเกาหลีใต้ รัฐบาลให้ความสำคัญในเรื่องพลังงานสะอาด จึงมีโอกาสในการขยายโอกาสการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาว เป็นพลังงานสะอาด อาทิ พลังงานลม โดยปัจจุบันมีโครงการ Nakwol 1 และ 2 โดยโครงการ 1 ขนาด 365 เมกะวัตต์ กำลังทยอยแล้วเสร็จ วนที่เหลือจะทยอย COD ภายในปีนี้ภายในไตรมาส 3 เป็นต้นไป คาดว่าจะมีการรับรู้รายได้เต็มปีในปีหน้า คาดว่าจะรับรู้รายได้ 400-500 ล้านบาทต่อปี ส่วนโครงการที่ 2 ขนาด 340-370 เมกะวัตต์ คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการพัฒนาได้ภายในปีนี้
ญี่ปุ่น มีการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่มากขึ้น ทั้งในส่วนของโซลาร์ และพลังงานทดแทนอื่นๆ โดยบริษัทฯ มีพันธมิตรที่จะเข้ามาพัฒนาร่วมกัน ซึ่งพันธมติรมีการพัฒนาโครงการต่อเนื่อง มี PPA กับรัฐวิสาหกิจ
สหรัฐอเมริกาเริ่มทำไปแล้วคือ Hydro ที่สหรัฐ โครงการสามารถเดินเครื่องไปได้ตลอดเวลา เพราะไม่มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดการขายไฟ และไม่มีคู่แข่ง เราสามารถพัฒนาโครงการที่มีความมั่นคงมาก
ฟิลิปปินส์ที่เริ่มได้ก่อสร้างโครงการ ARECO 1 กำลังการผลิต 65 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นโซลาร์ฟาร์ม จะมีการขยายเมื่อก่อสร้างโครงการแรกประสบความสำเร็จ และมีโอกาสในการขยายโครงการมากขึ้น โดยเฉพาะโซลาร์ฟาร์ม และมีค่าไฟฟ้าสูง
ออสเตรเลีย เป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีการเติบโตด้านพลังงานทดแทน ที่ บี.กริมจะขยายการลงทุน เรามีพันธมิตรที่แข็งแกร่งมากเป็นรายใหญ่ 1 ใน 3 ของประเทศ แต่ความชัดเจนของการลงทุน ต้องได้รับอนุมัติจากรัฐบาลออสเตรเลีย แต่กำลังพิจารณาโซลาร์ฟาร์ม ระบบกักเก็บพลังงาน และพลังงานลม ที่มีสัญญาระยะยาว (PPA Long Term) และแบบขายเข้า Grid ซึ่งสามารถขายในช่วงพีกได้ ราคาขายก็จะสูงขึ้น เป็นการขายเข้า Merchant Market จะเป็นการเติมเต็มระหว่าการทำโครงการ Conventional กับ Unconventional ซึ่งพันธมิตรได้ชวน บี.กริม เข้าไปลงทุน คาดว่าจะสรุปได้ไตรมาส 3 ปีนี้
สำหรับเวียดนาม มีการ COD ไปโซลาร์ฟาร์มไปแล้วตั้งแต่ปี 2564 แต่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาลใหม่เรื่อง ค่าไฟ ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจา
ส่วนปัญหาตะวันออกกลางมองได้สองส่วน เป็นทั้งความท้าทายและเป็นโอกาส เป็นปัญหาที่มีมาตลอดในการทำธุรกิจ ปี 2019 โควิด 2021 รัสเซีย-ยูเครน ปัจจุบันอิหร่าน-สหรัฐ เกิดทั้งโลกมองปัญหานี้อย่างไร ทำให้เราเกิดความเข้าใจมากขึ้นจากลูกค้าของเรา ว่าเรามีไฟที่มีบริการที่ดี มีคุณภาพ มีความมั่นคง มีทีม maintenance ที่จะช่วยลูกค้า เป็นผลดีกับการทำ Gas Pass Through เป็นโอกาสที่คุยกับลูกค้าได้มากขึ้น ทำธุรกิจบนพื้นฐานความเป็นจริง ทำให้เราสามารถเปลี่ยนแปลงการทำธุรกิจได้มากขึ้น เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าที่มีคุณภาพ มีความจริงใจ และเชื่อถือได้ แต่เราต้องมีความเข้าใจมากพอ
การลงทุนที่ตะวันออกกลาง จะมี UAE และซาอุ รวมกัน 30 เมกะวัตต์ ปัจจุบันยังไม่ได้มีผลกระทบอะไร แต่ยังไม่มีนโยบายเพิ่มการลงทุน
สำหรับการไปถึงเป้าหมาย 10,000 เมกะวัตต์ ในปี 2573 ซึ่งตามแผนจากปีนี้ไปจะต้องมีกำลังการผลิตใหม่เพิ่มขึ้น 5,500 เมกะวัตต์ หรือประมาณ 1,000 เมกะวัตต์ต่อปี
นายนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทย มาเลเซีย และโซลูชั่นธุรกิจอุตสาหกรรมมาเลเซีย กล่าวว่า จะมีการขยายโซลาร์ฟาร์ม เพิ่มเติมใน Conventional ขนาดใหญ่ ปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาหทิตย์ 200-250 เมกะวัตต์ มีโครงการในมือ 600-800 เมกะวัตต์ ของพลังงานทดแทน ส่วน Con มี Demand เพิ่มขึ้นจาก Dara Center จะมี IPP จาก Gas พัฒนา 1,500 เมกะวัตต์ เป็น 2 เฟส 750 เมกะวัตต์ กำลังวางแผนเรื่องสัญญา และใบอนุญาต กำลังเจรจาสัญญาซื้อขายไฟฟ้า มีทั้งการเปิดประมูล และโครงการที่อยู่ในโควตาที่เปิดให้มีการรับซื้อไฟฟ้า ปีนี้กำลังเจรจาตั้งเป้าไว้ 700-1,000 เมกะวัตต์ ที่เป็นเชื้อเพลิง GAS กับ Renew แก๊สมาจากปิโตรนาส และมีส่วนที่ได้จัดตั้งบริษัทบีกริม แอลเอ็นจี ที่มาเลเซีย เพื่อนำเข้า LNG มาใช้ในโรงไฟฟ้า จัดหาจากตะวันออกกลาง แอฟริกา
สำหรับการขยายการลงทุนในไทยมีการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแล้ว 200 เมกะวัตต์ และจะเพิ่มการขายไฟในพื้นที่ EEC ให้มากขึ้น การเตรียมความพร้อมโซลาร์ชุมชน 200-300 เมกะวัตต์ และขายไฟดาต้าเซนเตอร์ ตอนนี้มีอยู่ในมือ 300-500 เมกะวัตต์ โครงการพลังงานทดแทนของภาครัฐเพิ่มอีกในอีก 3 ปีข้างหน้า
ABOUT THE AUTHOR
กองบรรณาธิการ Energy Time Online
22 เม.ย 2569
22 เม.ย 2569
22 เม.ย 2569
21 เม.ย 2569