บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน)

Last updated: 29 เม.ย 2569  |  155 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน)

SCGC-GC ศึกษาร่วมทุนปิโตรเคมี

นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงเบื้องต้นซึ่งไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย (MoU) กับ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เพื่อร่วมศึกษาความเป็นไปได้ทางกลยุทธ์ในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในธุรกิจโอเลฟินส์ และพอลิโอเลฟินส์ในประเทศไทย

โดยโครงการร่วมทุน จะครอบคลุมธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ของ SCGC ในประเทศไทย ซึ่งรวมถึงโรงงานผลิตโอเลฟินส์ โรงงานผลิตพอลิเอทิลีน (PE) และโรงงานผลิตพอลิโพรพิลีน (PP) ตลอดจนบริษัทร่วมทุนที่เกี่ยวข้องของ SCGC ในธุรกิจดังกล่าว และธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ของ GC ในประเทศไทย

เพื่อสร้างความเป็นผู้นำในธุรกิจปิโตรเคมีในภูมิภาค ที่มีความสามารถในการแข่งขันระดับโลกด้วยปัจจัยสนับสนุนจากระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบบูรณาการในประเทศ คาดว่าจะช่วยส่งเสริมความเป็นเลิศในด้านการดำเนินงาน โดยอาศัยขนาดธุรกิจที่ใหญ่ขึ้น และการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการวัตถุดิบ และเพิ่มความแข็งแกร่งของธุรกิจปลายน้ำที่มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มและมีความหลากหลายขึ้น ส่งผลให้กลุ่มผลิตภัณฑ์มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

นายศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ SCGC กล่าวว่า MoU ดังกล่าวเป็นเพียงข้อตกลงเบื้องต้นที่ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย โดยการทำธุรกรรมใด ๆ ยังคงขึ้นอยู่กับผลการตรวจสอบสภาพกิจการ (due diligence) การเจรจารายละเอียดเพิ่มเติม การเข้าทำสัญญาที่เกี่ยวข้อง และการได้รับอนุมัติของบริษัททั้งสองและหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (หากต้องขออนุญาต) SCGC คาดว่าการศึกษาโครงการร่วมทุนจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3 ปี 2569 โดยในระหว่างนี้ บริษัททั้งสองจะดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกฎหมายแข่งขันทางการค้า และยังคงดำเนินธุรกิจตามปกติอย่างเป็นอิสระต่อกัน

นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC กล่าวว่า เป็นการสร้างธุรกิจปิโตรเคมีที่มีศักยภาพในระดับแนวหน้าของภูมิภาค ต่อยอดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทยที่มีโครงสร้างพื้นฐานแบบบูรณาการ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน พร้อมทั้งสร้างความแข็งแกร่งผ่านการบูรณาการตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตลอดจนสามารถพัฒนาและส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงได้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้อุตสาหกรรมปลายทางสามารถดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง แข่งขันได้ในระดับสากล และช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย

ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการ Energy Time Online

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้