Last updated: 5 พ.ค. 2569 | 73 จำนวนผู้เข้าชม |
รัฐบาลอนุมัติกู้เงิน 4 แสนล้านบาท แก้วิกฤตพลังงาน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้กระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ ด้วยการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน วงเงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน ส่งต่อไปราคาอาหาร และกำลังลุกลามไปสู่ค่าครองชีพของประชาชน
ซึ่งรัฐบาลจะต้องหยุดความเสี่ยงก่อนที่เศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ภาวะเงินเฟ้อสูง แต่เศรษฐกิจชะลอตัว (Stagflation) ในระยะถัดไป โดยจะต้องทำอย่างทันท่วงที จึงจำเป็นต้องใช้เครื่องมือพิเศษด้วยการออก พ.ร.ก.กู้เงิน ภายใต้หลักกฎหมายที่ชัดเจนว่าเป็นกรณีฉุกเฉิน และมีความจำเป็นเร่งด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้
สำหรับวัตถุประสงค์ของการออก พ.ร.ก.กู้เงินฯ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อการครองชีพของประชาชน และประคองกิจกรรมทางเศรษฐกิจไม่ให้หยุดชะงัก และเพื่อเร่งปรับโครงสร้างพลังงานของประเทศ โดยมีกลุ่มเป้าหมายสำคัญ คือ ประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ได้แก่ ประชาชนผู้มีรายได้น้อย-ปานกลาง, เกษตรกร, ผู้ประกอบการขนาดเล็ก (SMEs) และภาคเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น
ทั้งนี้ รัฐบาลจะดำเนินการ 2 ทิศทางควบคู่กัน คือ 1.ช่วยเหลือ-บรรเทา ด้วยการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ควบคู่กับการลดต้นทุนให้กับภาคการผลิต โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม ผ่านการจัดหาปุ๋ยและปัจจัยการผลิตที่จำเป็น
2.ปรับโครงสร้างเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคพลังงานยุคใหม่ ลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล เพื่อให้ประเทศไทยมีต้นทุนพลังงานที่มั่นคง แข่งขันได้ และไม่ต้องเผชิญกับความผันผวนแบบเดิมอีก
ทางด้าน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า รัฐบาลจะกู้เงินเพียง 4 แสนล้านบาท เพื่อรักษาวินัยการคลัง จากการประเมินของกระทรวงคลังไม่กระทบหนี้สาธารณะ โดยหนี้สาธารณะจะยังคงอยู่ภายใต้เพดาน 70% ของจีดีพีของประเทศ และการกู้เงินครั้งนี้จะกู้ภายในประเทศทั้งหมด ไม่มีความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งได้พูดคุยกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แล้วเห็นว่าสภาพคล่องส่วนเกินในระบบธนาคารมีสูงกว่า 1 ล้านล้านบาท และอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำ
โดยวงเงินกู้จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก 200,000 ล้านบาท จะใช้เยียวยาและบรรเทาผลกระทบ ลดค่าใช้จ่ายประชาชนและผู้ประกอบการกลุ่มเปราะบางโดยตรง ส่วนที่เหลือจะใช้เพื่อการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานทดแทนและพลังงานสะอาด เพื่อลดความเปราะบางจากการพึ่งพาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประชาชนด้วย
สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ จะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา และจะเสนอ พ.ร.ก.กู้เงินฯ เข้าสู่สภาได้ในวันที่ 14 พฤษภาคม นี้ และจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ โดยมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน โดยหน่วยงานต่าง ๆ ต้องนำเสนอโครงการที่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ คือ บรรเทาผลกระทบประชาชนและเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ตั้งเป้าจะพิจารณาโครงการให้เสร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 และสามารถเบิกจ่ายเงินกู้ได้วันที่ 30 กันยายน 2570
ABOUT THE AUTHOR
กองบรรณาธิการ Energy Time Online
5 พ.ค. 2569
5 พ.ค. 2569
5 พ.ค. 2569
5 พ.ค. 2569