บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

Last updated: 7 พ.ค. 2569  |  101 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

GULF แจงกำไร ไตรมาส 1/69 สูงสุดเป็นประวัติการณ์

นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/69 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน มีรายได้รวม 39,041 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% มีกำไรจากการดำเนินงาน (core profit) 9,326 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43% มีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) 16,134 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% และมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ (รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน) 9,117 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39%

ผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของกลุ่มบริษัทฯ มาจากการเติบโตของธุรกิจพลังงาน โดยธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ มีการรับรู้ส่วนแบ่งกำไร core profit จากกลุ่ม GJP จำนวน 614 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 251% เนื่องจากโครงการ IPP ทั้ง 2 โครงการภายใต้กลุ่ม GJP ได้แก่ โรงไฟฟ้ากัลฟ์ อุทัย (GUT) และโรงไฟฟ้ากัลฟ์ หนองแซง (GNS) มีปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น กลุ่มโรงไฟฟ้า SPP จำนวน 7 โครงการภายใต้กลุ่ม GJP มีปริมาณการขายไฟฟ้าให้กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น โครงการ IPP ทั้ง 2 โครงการภายใต้กลุ่ม IPD ได้แก่ โรงไฟฟ้ากัลฟ์ ศรีราชา (GSRC) และโครงการโรงไฟฟ้ากัลฟ์ ปลวกแดง (GPD) มีปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ยังมีการรับรู้ส่วนแบ่งกำไร core profit จากโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Jackson Generation ในประเทศสหรัฐอเมริกา 208 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30 ล้านบาท

ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน มีการรับรู้ผลกำไรเต็มไตรมาสจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน (โซลาร์ฟาร์ม) และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) ในประเทศ จากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) เพิ่มอีก 7 โครงการ ในช่วงปลายปี 2568 กำลังการผลิตติดตั้งรวม 597 เมกะวัตต์ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมแม่โขงในประเทศเวียดนาม ได้บรรลุข้อตกลงอัตราค่าไฟฟ้าใหม่กับการไฟฟ้าเวียดนาม (EVN) ที่ 7.2 เซนต์สหรัฐฯ ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง เพิ่มขึ้นจากอัตราค่าไฟฟ้าเดิมที่เคยถูกปรับลดลงชั่วคราวมาอยู่ที่ 3.9 เซนต์สหรัฐฯ ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง ส่งผลให้ในไตรมาสนี้ มีการบันทึกรายได้ค่าไฟย้อนหลังตั้งแต่เดือนมกราคม 2567 ถึงเดือนมกราคม 2569 จำนวน 636 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังรับรู้ส่วนแบ่งกำไร core profit จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม Borkum Riffgrund 2 (BKR2) ในประเทศเยอรมนี 381 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 79% อีกทั้งมีการรับรู้ผลกำไรจากโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลกัลฟ์ จะนะ กรีน 50 ล้านบาท ในไตรมาส 1/69 ซึ่งพลิกจากผลขาดทุน 30 ล้านบาท ในไตรมาส 1/68 ส่วนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมภายใต้กลุ่ม Gulf Gunkul มีส่วนแบ่งกำไรลดลง 43% จาก 226 ล้านบาท

ธุรกิจทรัพยากร มีการรับรู้ส่วนแบ่งกำไร core profit จากโครงการ PTT NGD จำนวน 124 ล้านบาท ลดลง 49%

ธุรกิจจัดหาและขนส่งก๊าซธรรมชาติภายใต้ GLNG และ HKH มีการนำเข้า LNG รวม 18 ลำ หรือประมาณ 1.2 ล้านตัน ส่งผลให้บริษัทฯ รับรู้ผลกำไร 204 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 140%

และรับรู้ส่วนแบ่งกำไร core profit จาก AIS จำนวน 4,461 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% จากผลประกอบการที่ดีขึ้นของ AIS

ในปี 2569 บริษัทฯ ยังคงประมาณการการเติบโตของรายได้รวม 10-15% จากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น ซึ่งในปีนี้จะ COD เพิ่มเติมรวม 700 เมกะวัตต์ จากโครงการโซลาร์ฟาร์ และโซลาร์พ่วงแบตในประเทศ 6 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 623 เมกะวัตต์ โครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนเชียงใหม่ เวสท์ ทู เอ็นเนอร์จี กำลังการผลิตติดตั้ง 10 เมกะวัตต์ และโครงการโซลาร์รูฟท็อป ที่คาดว่าจะทยอยจ่ายไฟฟ้าให้กับลูกค้าเพิ่มอีก 60-70 เมกะวัตต์

ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการ Energy Time Online

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้