Last updated: 8 พ.ค. 2569 | 259 จำนวนผู้เข้าชม |
GPSC เผย Q1 กำไร 1.7 พันล้านบาท
รายงานข่าวจาก บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC เปิดเผยว่า ภาพรวมผลประกอบการของบริษัทฯ ในไตรมาส 1/69 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน มีรายได้รวม 16,640 ล้านบาท ลดลง 22% มีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) 4,427 ล้านบาท ลดลง 8% และมีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 1,719 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51%
สาเหตุหลักเนื่องจากเงินปันผลรับและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า 391 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 270 ล้านบาท เนื่องจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี (XPCL) ใน สปป.ลาว มีปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่สูงขึ้น ประกอบกับมีการรับรู้กำไรจากรายการพิเศษจากการปรับมูลค่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง ซึ่งเป็นผลจากการรีไฟแนนซ์เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน รวมถึงการปรับขยายระยะเวลาการชำระคืนเงินกู้ยืม
โรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง Changfang and Xidao (CFXD) ในประเทศไต้หวัน ผลประกอบการดีขึ้นจากการรับรู้เงินชดเชยตามเงื่อนไขการรับประกันอัตราความพร้อมใช้งานของกังหันลมผลิตไฟฟ้า
Avaada Energy Private Limited (AEPL) เป็นผู้ประกอบธุรกิจพลังงานหมุนเวียนรายใหญ่ในประเทศอินเดีย ผลประกอบการลดลงจากความความเข้มแสงลดลง และค่าใช้จ่ายทั้งต้นทุนการผลิต ต้นทุนทางการเงิน และค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับจำนวนโครงการที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD)
โรงไฟฟ้าเก็คโค่-วัน รายได้ค่าความพร้อมจ่าย (AP) ลดลง เนื่องจากมีการหยุดซ่อมบำรุงตามแผนงานเป็นเวลา 88 วัน ส่งผลให้บริษัทฯ ไม่ได้รับค่าความพร้อมจ่ายในช่วงเวลาดังกล่าว ขณะที่ส่วนต่างค่าเชื้อเพลิงปรับตัวดีขึ้น จากการรับรู้ผลขาดทุนจากส่วนต่างราคาถ่านหินที่ลดลง
โรงไฟฟ้าศรีราชา ค่า AP ลดลง เนื่องจากจ่ายไฟฟ้าครบตามชั่วโมงที่ระบุในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในเดือนพฤษภาคม 2568
โรงไฟฟ้าโกลว์ไอพีพี ค่า AP ลดลง เนื่องจากมีการหยุดซ่อมบำรุงตามแผนงาน 18 วัน และค่าเชื้อเพลิงส่วนต่างลดลงตามการเรียกรับไฟฟ้าของ กฟผ.
โรงไฟฟ้าห้วยเหาะ รายได้เพิ่มขึ้นตามการเรียกรับไฟฟ้าของ กฟผ. และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง ประกอบกับ ค่าเสื่อมราคาแลมค่าตัดจำหน่ายลดลงตามการตัดค่าเสื่อมราคาที่สอดคล้องกับอายุโรงไฟฟ้าและสัญญาการซื้อขายไฟฟ้าที่ครบอายุแล้ว
โรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) มีปริมาณการขายไฟฟ้าและไอน้ำให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรม ประกอบกับส่วนต่างค่าเชื้อเพลิงที่ปรับตัวดีขึ้น และมีการบริหารจัดการเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงรับรู้ค่า Minimum Take-or-Pay (MTOP) ตามเงื่อนไขในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าและไอน้ำ กรณีที่ลูกค้ามีปริมาณการใช้ไฟฟ้าหรือไอน้ำต่ำกว่าปริมาณขั้นต่ำตามสัญญา ถึงแม้ปริมาณการขายไฟฟ้าให้ กฟผ. ลดลง เนื่องจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. ของโรงไฟฟ้า GSPP3 หมดอายุในเดือนสิงหาคม 2567 และเดือนมีนาคม 2568 และ GSPP11 Phase1 เดือนตุลาคม 2568
เงินปันผลรับของ RPCL ลดลง 41 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ ได้เปลี่ยนสถานะของ RPCL จากเงินลงทุนในตราสารทุนเป็นบริษัทร่วมฯ ของบริษัทฯ เมื่อเดือนธันวาคม 2568
ขณะที่ต้นทุนทางการเงิน 1,137 ล้านบาท ลดลง 243 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้บางส่วน และอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ปรับตัวลดลง
ABOUT THE AUTHOR
กองบรรณาธิการ Energy Time Online
8 พ.ค. 2569
8 พ.ค. 2569
8 พ.ค. 2569