Last updated: 18 พ.ค. 2569 | 159 จำนวนผู้เข้าชม |
อินโดรามา เวนเจอร์ส โชว์ Q1/69 EBITDA โต 89%
บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL ประกาศผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในไตรมาสแรกของปี 2569 โดยมีรายได้รวม 109.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) 8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 89% โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของปริมาณการขาย อัตรากำไรที่ดีขึ้น และสัดส่วนพอร์ตธุรกิจที่เอื้อประโยชน์มากขึ้น แม้ว่าจะได้รับผลกระทบบางส่วนจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งนี้ แนวทางการรายงานผลแบบ Radical Clarity ใหม่ของบริษัทฯ ซึ่งรวมผลกระทบจากความผันผวนของสินค้าคงคลังเข้าเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ ช่วยสะท้อนภาพผลการดำเนินงานได้อย่างโปร่งใสมากยิ่งขึ้น
ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งดังกล่าว ส่งผลให้บริษัทฯ สร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานได้ถึง 8.8 พันล้านบาท โดยมีอัตราการแปลง EBITDA เป็นกระแสเงินสด (EBITDA conversion rate) อยู่ที่ 109% ขณะเดียวกัน การบริหารเงินทุนหมุนเวียนเชิงรุกช่วยลดเงินทุนหมุนเวียนลงได้ 3.2 พันล้านบาท แม้ว่าปริมาณการขายและราคาน้ำมันดิบจะปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งวินัยทางการเงินดังกล่าวส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Debt-to-Equity Ratio) ปรับดีขึ้นมาอยู่ที่ 1.73 เท่า จาก 1.83 เท่าในไตรมาสก่อนหน้า
“สะท้อนสัญญาณการฟื้นตัวอย่างชัดเจนจากช่วงต่ำสุดของวัฏจักรอุตสาหกรรมในช่วงปี 2566-2568 โดยผลประกอบการดังกล่าวเป็นผลจากการดำเนินกลยุทธ์ IVL 2.0 อย่างมีวินัย ซึ่งช่วยเสริมความพร้อมให้บริษัทสามารถใช้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของตลาดเคมีภัณฑ์โลกได้อย่างเต็มที่” นายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส กล่าว
สำหรับผลการดำเนินงานรายกลุ่มธุรกิจ Combined PET (CPET) มี EBITDA เพิ่มขึ้น 134% เมื่อเทียบไตรมาสก่อน สู่ระดับ 5.5 พันล้านบาท การฟื้นตัวได้รับแรงหนุนจากระดับปริมาณการผลิตที่กลับมาอยู่ในระดับปกติหลังการปิดซ่อมบำรุงตามแผน การปรับตัวดีขึ้นของส่วนต่างราคาในอุตสาหกรรม และความได้เปรียบด้านต้นทุนเชิงโครงสร้างที่เพิ่มขึ้นจากการบูรณาการธุรกิจ shale-to-PET ของบริษัทฯ ในทวีปอเมริกา
Indovida (ธุรกิจบรรจุภัณฑ์) มี EBITDA อยู่ที่ 743 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากไตรมาสก่อนหน้า จากการฟื้นตัวในวงกว้างของตลาดสำคัญที่มีศักยภาพการเติบโต ทั้งนี้ การควบรวมกิจการที่เสนอร่วมกับบริษัท EPL Limited จะช่วยสร้างเครือข่ายธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่แข็งแกร่งเพื่อการเติบโตในระยะยาว
Indovinya (ธุรกิจสารลดแรงตึงผิว) มี EBITDA อยู่ที่ 1.7 พันล้านบาท ลดลง 7% จากไตรมาสก่อนหน้า จากแรงกดดันของตลาดในอเมริกาใต้และเหตุการณ์สภาพอากาศหนาวจัดในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม กลุ่มธุรกิจนี้มีแนวโน้มฟื้นตัวเชิงโครงสร้าง เนื่องจากปัญหาห่วงโซ่อุปทานคาดว่าจะช่วยหักล้างผลกระทบจากการนำเข้าสินค้าราคาต่ำจากเอเชียเข้าสู่ตลาดหลัก
Fibers มี EBITDA เพิ่มขึ้น 70% จากไตรมาสก่อนหน้า สู่ระดับ 879 ล้านบาท จากการบริหารการผลิตอย่างมีวินัย เพื่อให้อุปทานสอดคล้องกับอุปสงค์ในตลาด โดยให้ความสำคัญกับกระแสเงินสดและการบริหารสินค้าคงคลังมากกว่าการเพิ่มปริมาณการผลิต ท่ามกลางตลาดกลุ่มยานยนต์และไลฟ์สไตล์ที่ยังชะลอตัว
ทั้งนี้ อุตสาหกรรมโดยรวมเริ่มแสดงสัญญาณการฟื้นตัวเชิงโครงสร้าง จากการชะลอตัวของกำลังการผลิต PET ใหม่ และการปรับสมดุลของห่วงโซ่มูลค่าเอทิลีน ปัจจัยเหล่านี้ ประกอบกับความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เร่งให้ตลาดเข้าสู่ภาวะตึงตัวมากขึ้น กำลังสร้างสภาพแวดล้อมด้านอุปทานที่มีความสมดุลและมีวินัยมากขึ้น
สำหรับแนวโน้มในระยะข้างหน้า คาดว่าโมเมนตัมเชิงบวกจะต่อเนื่องเข้าสู่ไตรมาสที่สอง โดยได้รับแรงหนุนจากราคาที่เอื้ออำนวย การใช้กำลังการผลิตของสินทรัพย์ที่มีความได้เปรียบเพิ่มขึ้น และการขยายตัวของอัตรากำไร ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้อินโดรามา เวนเจอร์ส สามารถสร้างการเติบโตของผลประกอบการอย่างต่อเนื่องเป็นลำดับ
ABOUT THE AUTHOR
กองบรรณาธิการ Energy Time Online
18 พ.ค. 2569
18 พ.ค. 2569
18 พ.ค. 2569
18 พ.ค. 2569