Last updated: 20 พ.ค. 2569 | 127 จำนวนผู้เข้าชม |
ธพ. จับมือ พพ. และพันธมิตร ผลักดันใช้ บี20
นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า กรมธุรกิจพลังงาน พร้อมด้วยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำ และบริษัทผู้ค้าน้ำมันผู้จำหน่ายน้ำมันดีเซลหมุนเร็วบี 20 ร่วมประกาศความพร้อมและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในการใช้บี 20 เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ท่ามกลางวิกฤตการณ์ราคาน้ำมันโลก จากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน
การเพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพที่ผลิตจากน้ำมันปาล์มดิบภายในประเทศ โดยมีสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลสูง 20% จึงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานภายในประเทศ ช่วยลดการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ และเนื่องจากไบโอดีเซลเป็นพลังงานเผาไหม้สะอาด การส่งเสริมการใช้บี 20 จึงมีส่วนสำคัญในการช่วยลดการปล่อยฝุ่นละออง PM 2.5
กรมธุรกิจพลังงานได้มีการกำกับดูแลคุณภาพของบี 20 โดยมีการกำหนดมาตรฐานคุณภาพภาคบังคับซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานสากล และเป็นที่ยอมรับจากอุตสาหกรรมน้ำมันและยานยนต์ และได้มีการตรวจสอบคุณภาพของน้ำมันที่จำหน่ายสู่ผู้บริโภคอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพของบี 20 อีกทั้งรัฐบาลมีนโยบายเพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ จึงมีการสนับสนุนให้บี 20 มีราคาถูกกว่าน้ำมันดีเซลธรรมดาถึงลิตรละ 7 บาท
นายอดิศักดิ์ ชูสุข รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กล่าวว่า จากการพยากรณ์ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร คาดว่าในปี 2569 ประเทศไทยจะมีผลผลิตปาล์มน้ำมันรวม 21.87 ล้านตันต่อปี คิดเป็นปริมาณการผลิตน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) 3.94 ล้านตันต่อปี ขณะที่ความต้องการใช้น้ำมันปาล์มดิบภายในประเทศสำหรับภาคบริโภคและภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ 1.25 ล้านตันต่อปี สำหรับการส่งออก 1.20 ล้านตันต่อปี ส่งผลให้ยังมีปริมาณน้ำมันปาล์มดิบคงเหลือที่สามารถนำไปใช้ในภาคพลังงานได้ 1.49 ล้านตันต่อปี หากมีการส่งเสริมการใช้บี 20 ในสัดส่วน 10% ของปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลทั้งหมด จะส่งผลให้มีการใช้น้ำมันปาล์มดิบในภาคพลังงานรวม 1.23 ล้านตันต่อปี ซึ่งยังอยู่ในระดับที่สอดคล้องกับปริมาณผลผลิตที่คาดการณ์ไว้ สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยมีผลผลิตปาล์มน้ำมันเพียงพอรองรับการผลิตไบโอดีเซลเพื่อผสมเป็นบี 20
ด้านนายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย กลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ และผู้ผลิตรถยนต์ภายใต้แบรนด์ต่าง ๆ ได้แก่ โตโยต้า อีซูซุ มาสด้า มิตซูบิชิ ฟอร์ด นิสสัน เอ็มจี ฮีโน่ ฮุนได สแกนเนีย เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยูดี ทรัคส์ วอลโล่ ทรัคส์ เอ็ม เอ เอ็น และเชฟโรเลต รวมจำนวนรถยนต์ทั้งหมด 1,135 รุ่น ยืนยันว่าสามารถรองรับการใช้บี 20 ได้โดยไม่กระทบต่อประสิทธิภาพของรถ และผู้ใช้รถยังคงได้รับการรับประกันตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด และกลุ่มยานยนต์ยินดีให้ความร่วมมือกับภาครัฐอย่างเต็มที่เพื่อร่วมแก้ปัญหาวิกฤตน้ำมันของประเทศ รวมถึงเพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน
ด้านกลุ่มผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ภายใต้แบรนด์ใหญ่ของประเทศ ทั้ง 8 แบรนด์ ได้แก่ พีทีที สเตชั่น บางจาก พีที เชลล์ เชฟรอน ซัสโก้ ไซโนเปค ซัสโก้ และ พี.ซี.สยามปิโตรเลียม ยืนยันว่าภาคเอกชนและกลุ่มผู้ค้าน้ำมันมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการสนับสนุนนโยบายของภาครัฐ ทั้งด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ การกระจายสินค้า และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้งาน โดยบี 20 ทุกลิตรที่ขายผ่านสถานีบริการได้ผ่านมาตรฐานคุณภาพที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนดอย่างเข้มงวด เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ในด้านคุณภาพและประสิทธิภาพสำหรับรถยนต์ที่รองรับ พร้อมได้ขยายเครือข่ายสถานีบริการที่จำหน่ายบี 20 แล้วกว่า 600 แห่ง และภายในเดือนพฤษภาคมนี้ มีเป้าหมายขยายหัวจ่ายบี 20 เพิ่มเป็นกว่า 1,000 สถานี
ABOUT THE AUTHOR
กองบรรณาธิการ Energy Time Online
20 พ.ค. 2569
20 พ.ค. 2569
20 พ.ค. 2569