Last updated: 21 พ.ค. 2569 | 73 จำนวนผู้เข้าชม |
ASEAN Common Carbon Framework (กรอบความร่วมมือด้านตลาดคาร์บอนอาเซียน) ร่วมยกระดับความร่วมมือระดับภูมิภาค สู่การพัฒนาตลาดคาร์บอน ในภาคปฏิบัติ
ASEAN Common Carbon Framework (ACCF) รายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องในการสนับสนุน ตลาดคาร์บอนคุณภาพสูงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยสมาคมสมาชิกจากประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค ได้จัดการประชุม ACCF Steering Committee หรือคณะกรรมการที่ประเทศสิงคโปร์ ระหว่างงาน Ecosperity Week 2026
นางกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และประธาน Carbon Markets Club หนึ่งในหน่วยงานผู้ก่อตั้ง ACCF กล่าวว่า นับตั้งแต่ก่อตั้ง ACCF ได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาคมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการกล่าวถึง ในแถลงการณ์ร่วมของการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ครั้งที่ 57 รวมถึงแถลงการณ์ร่วมอาเซียนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อ COP30 และยังได้รับการอ้างอิงในแนวทางตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจอาเซียนของ ASEAN Capital Markets Forum อีกด้วย ตลอดปีที่ผ่านมา ACCF ได้สนับสนุนมาตรฐานคาร์บอนทั้งระดับประเทศและมาตรฐานอิสระที่สอดคล้องกับเกณฑ์คุณภาพระดับสากล เช่น ICVCM และ CORSIA เพื่อเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและการยอมรับคาร์บอนเครดิตจากอาเซียนในตลาดโลก
การดำเนินงานของ ACCF ครอบคลุม 3 ด้านหลัก ได้แก่ อุปสงค์และอุปทานของตลาดคาร์บอน (Supply and Demand) โครงสร้างพื้นฐานของตลาด (Market Infrastructure) และการสื่อสารเชิงกลยุทธ์และการเสริมสร้างศักยภาพ (Strategic Communications and Capacity Building) โดยมีการผลักดันความสอดคล้องด้านนโยบาย (Policy Alignment) และธุรกรรมนำร่อง (Pilot Transactions) เป็นกลไกสนับสนุนสำคัญ
สมาคมสมาชิกในแต่ละประเทศได้ร่วมสนับสนุนความก้าวหน้าดังกล่าวผ่านโครงการระดับประเทศและระดับภูมิภาคที่เชื่อมโยงกัน โดย Indonesia Carbon Trade Association (IDCTA), Malaysia Carbon Market Association (MCMA) และ Singapore Sustainable Finance Association (SSFA) ได้ร่วมสนับสนุนหลักการร่วมภายใต้ Coalition to Grow Carbon Markets อย่างเป็นทางการ
Malaysia Carbon Market Association (MCMA) มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศตลาดคาร์บอนของมาเลเซีย รวมถึงการเปิดตัวนโยบายตลาดคาร์บอนแห่งชาติของมาเลเซียในเดือนเมษายน 2569 ซึ่งระบุให้ ACCF เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการเชื่อมโยงตลาดคาร์บอนระดับภูมิภาค และสะท้อนถึงความสอดคล้องที่เพิ่มขึ้นระหว่างกรอบนโยบายระดับประเทศกับความร่วมมือระดับภูมิภาค ขณะเดียวกัน MCMA ยังสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของตลาดและการประสานด้านนโยบาย เพื่อเสริมสร้างปัจจัยเอื้อต่อ การมีส่วนร่วมในตลาดคาร์บอนข้ามพรมแดน
ASEAN Alliance on Carbon Markets (AACM) ยังคงสนับสนุนการประสานความร่วมมือระหว่างสมาคมสมาชิก รวมถึงการผลักดันคณะทำงานสำคัญด้านการจัดทำข้อมูลอุปสงค์และอุปทาน โครงสร้างพื้นฐานของตลาด และการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ ภายใต้คณะทำงานด้านการยอมรับวิธีการคำนวณร่วมกันของโครงการคาร์บอนเครดิตในระบบต่าง ๆ AACM และ Fairatmos ได้ร่วมสนับสนุนการพัฒนาฐานข้อมูลระดับภูมิภาคสำหรับวิธีการคำนวณโครงการคาร์บอน เพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยงตลาดคาร์บอนในอาเซียนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ การหารืออย่างต่อเนื่องกับผู้กำหนดนโยบาย พันธมิตรด้านเทคนิค และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในภูมิภาค ผ่านเวทีต่าง ๆ เช่น ASEAN Climate Forum ยังช่วยเสริมสร้างความสอดคล้องและความพร้อมด้านการลงทุนของภูมิภาคอีกด้วย
ด้าน Singapore Sustainable Finance Association (SSFA) ได้ผลักดันการจัดทำคู่มือ “Implementation Guide for Corporate Usage of High-Integrity Carbon Credits” เพื่อเป็นแนวทางให้ภาคธุรกิจใช้คาร์บอนเครดิตคุณภาพสูงควบคู่กับกลยุทธ์ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยคู่มือดังกล่าวได้รับการพัฒนาสอดคล้องกับกรอบแนวทางทั้งระดับประเทศและระดับสากล รวมถึงแนวทางตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจที่สำนักงานเลขาธิการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติสิงคโปร์ กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์ และ Enterprise Singapore เผยแพร่ร่วมกันในเดือนตุลาคม 2568 แนวทางดังกล่าวมุ่งสนับสนุนภาคธุรกิจด้วยหลักเกณฑ์และขั้นตอนเชิงปฏิบัติสำหรับการใช้คาร์บอนเครดิตเพื่อสนับสนุนกลยุทธ์ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แม้จะพัฒนาขึ้นในบริบทของสิงคโปร์ แต่ยังสามารถใช้เป็นแนวทางอ้างอิงในระดับภูมิภาค เพื่อสนับสนุนมาตรฐานการดำเนินงาน ที่สอดคล้องกันมากขึ้น และเสริมสร้างสัญญาณอุปสงค์ของตลาดคาร์บอนในอาเซียน
ในขณะที่ Indonesia Carbon Trade Association (IDCTA) มุ่งเน้นการผลักดันการดำเนินงานในภาคปฏิบัติผ่านการพัฒนาโครงการ การกระตุ้นตลาด และความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งมีส่วนสนับสนุนทั้งด้านอุปทานคาร์บอนเครดิตและโครงสร้างพื้นฐานของตลาด โดยความพยายามที่ดำเนินอยู่รวมถึงการศึกษาความเป็นไปได้ของ transition credits โดยเฉพาะกรณีการยุติโรงไฟฟ้าถ่านหินก่อนกำหนด ตลอดจนความคืบหน้าด้าน Carbon Capture and Storage (CCS) นอกจากนี้ IDCTA ยังเดินหน้าสร้างเวทีหารือและความร่วมมือภาคอุตสาหกรรม เพื่อเสริมสร้างความพร้อมของระบบนิเวศตลาดคาร์บอน พร้อมประสานความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในระดับภูมิภาคและระดับสากล เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงการ ธุรกรรมนำร่อง และความร่วมมือข้ามพรมแดน ความพยายามเหล่านี้มีส่วนสนับสนุนการพัฒนาอุปทานคาร์บอนเครดิตคุณภาพสูงที่สามารถขยายตัวได้ในอนาคต
สำหรับประเทศไทย Carbon Markets Club (CMC) ได้ริเริ่มการเชื่อมโยงตลาดคาร์บอนระหว่างประเทศ ผ่านความร่วมมือกับ Macao Emission Exchange (MEX) รวมถึงการนำ Renewable Energy Certificates (RECs) และคาร์บอนเครดิต T-VER ของไทยขึ้นจดทะเบียนบนแพลตฟอร์มระดับนานาชาติเป็นครั้งแรก ขณะเดียวกัน ก็ร่วมสนับสนุนแนวคิด High Integrity Carbon Initiative (HACI) ซึ่งดำเนินการโดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างรากฐานตลาดคาร์บอนภายในประเทศ และสนับสนุนการยกระดับให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลที่กำลังพัฒนา นอกจากนี้ CMC ยังมีภารกิจด้านการสื่อสารเชิงกลยุทธ์และการเสริมสร้างศักยภาพของ ACCF รวมถึงการพัฒนาแนวทางการสื่อสารและอัตลักษณ์องค์กร เพื่อสนับสนุนการสื่อสารและการสร้างการความตระหนักรู้และการมี ส่วนร่วมในระดับภูมิภาคอย่างเป็นระบบ
พัฒนาการทั้งหมดนี้สะท้อนบทบาทของ ACCF ในฐานะแพลตฟอร์มความร่วมมือระดับภูมิภาค ที่สนับสนุนการประสานความสอดคล้องระหว่างระบบที่มีความหลากหลายในแต่ละประเทศ พร้อมเปิดทางสู่การเชื่อมโยงตลาดคาร์บอนอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเป้าหมายสำคัญไม่ใช่การทำให้ทุกประเทศใช้ระบบเดียวกัน แต่คือการทำให้ระบบที่แตกต่างกันสามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างน่าเชื่อถือและมีประสิทธิภาพ
ในระยะต่อไป ACCF จะยังคงให้ความสำคัญกับการดำเนินงานในภาคปฏิบัติผ่านคณะทำงานต่าง ๆ รวมถึงธุรกรรมนำร่อง การประสานความสอดคล้องด้านนโยบาย และการพัฒนาศักยภาพ โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อคาร์บอนเครดิตจากอาเซียน สนับสนุนความร่วมมือข้ามพรมแดน และสนับสนุนเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของภูมิภาคในวงกว้าง
นอกจากนี้ ACCF ยังจะให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องด้านภาวะผู้นำและการประสานงาน โดยสมาคมสมาชิกจะร่วมกันดำเนินงานภายใต้โครงสร้างการหมุนเวียนบทบาท เพื่อรักษาแรงขับเคลื่อนและผลักดันเป้าหมายร่วมกันต่อไป การประชุมคณะกรรมการบริหารไตรมาส 2 ซึ่งจัดโดย SSFA ในครั้งนี้ ยังถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการส่งมอบตำแหน่งประธาน ACCF จาก MCMA ไปยัง SSFA ซึ่งจะเริ่มมีผลในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ พร้อมกันนี้ ACCF จะยังคงขยายความร่วมมือกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติมในภูมิภาคอาเซียน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศตลาดคาร์บอนที่เชื่อมโยงกันและเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น
ABOUT THE AUTHOR
กองบรรณาธิการ Energy Time Online
21 พ.ค. 2569
21 พ.ค. 2569
21 พ.ค. 2569
21 พ.ค. 2569