บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)

Last updated: 25 มิ.ย. 2569  |  214 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)

BGRIM เดินหน้าส่งเสริม Smart Grid เต็มรูปแบบ

นายนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทย มาเลเซีย และโซลูชั่นธุรกิจอุตสาหกรรม บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอัจฉริยะ (Smart Grid) จะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการนำประเทศไทยไปสู่ความมั่นคงทางพลังงานที่ยั่งยืน เนื่องจากการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างรวดเร็ว โดยขาดโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับอย่างมีประสิทธิภาพ อาจนำไปสู่ภาวะวิกฤตพลังงาน อย่างเช่นเหตุการณ์ไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ (Blackout) ในประเทศสเปนและโปรตุเกสเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง

การเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานผ่านระบบ Smart Grid อย่างยั่งยืนต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ 4 ประการ คือ
1.ความสามารถในการมองเห็นพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าและพยากรณ์อากาศเพื่อวางแผนจัดการพลังงาน
2.ความทนทานของระบบเพื่อรักษาเสถียรภาพและลดโอกาสการเกิดไฟฟ้าดับ
3.ความยืดหยุ่นในการรองรับพลังงานหลากหลายรูปแบบทั้งจากฟอสซิล พลังงานหมุนเวียน และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่
4.ความยั่งยืนที่ต้องมองภาพรวมในระยะยาวของประเทศ

ปัจจุบันรูปแบบการจัดการพลังงานกำลังเปลี่ยนผ่านจากระบบทางเดียว ที่เป็นการส่งไฟฟ้าจากผู้ผลิตผ่านสายส่งและสายจำหน่ายไปสู่ผู้ใช้ ไปเป็นรูปแบบ Power Matrix ที่มีการบริหารจัดการในระดับจังหวัด ชุมชน และครัวเรือน โดยมีศูนย์จัดการพลังงาน (Grid Management Center) เป็นตัวกลางในการดูแลความมั่นคงและสร้างตลาดที่มีการแข่งขันได้ในอนาคต

ซึ่งการขับเคลื่อนนี้ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 6 ส่วน ได้แก่ การพัฒนาแหล่งพลังงานที่หลากหลายทั้งพลังงานหลักและพลังงานทดแทน, การสร้างโครงข่ายไฟฟ้าขนาดเล็ก (Microgrid) ในระดับพื้นที่, การนำระบบกักเก็บพลังงานมาใช้เพื่อสร้างความเสถียร, การติดตั้งมิเตอร์อัจฉริยะ (Smart Meter) เพื่อติดตามพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าและป้องกันการลักลอบใช้ไฟ, การใช้ระบบสื่อสารความเร็วสูง 5G เชื่อมต่อโครงข่าย และการใช้ระบบประมวลผลอัจฉริยะผ่าน Energy Management System และ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการในภาพรวม

การมีระบบ Smart Grid ที่สมบูรณ์ทำให้สร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ลดความเสี่ยงจากไฟฟ้าตกดับจากการเข้ามาของพลังงานทดแทนจำนวนมาก การมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 โดยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษ PM 2.5 การสร้างตลาดพลังงานที่มีความเป็นธรรมด้วยกลไกราคาแบบ Dynamic Pricing และราคาตามช่วงเวลาการใช้ (ToU) แทนที่การใช้ค่าไฟฟ้าคงที่เพียงอย่างเดียว และการรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลผ่านการซื้อขายไฟฟ้าในรูปแบบ Peer to Peer ข้ามโรงงานหรือข้ามพื้นที่โดยใช้เทคโนโลยี Blockchain

BGRIM ได้พัฒนาต้นแบบ Smart Grid ในนิคมอุตสาหกรรมมาอย่างต่อเนื่องตลอด 30 ปี โดยมีการผสมผสานทั้งโซลาร์ฟาร์ม โซลาร์รูฟท็อป และโซลาร์ลอยน้ำ เข้ากับโรงไฟฟ้าก๊าซฯ และระบบแบตเตอรี่ปัจจุบันมีโครงข่าย Smart Grid ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ด้วยระยะทางรวม 216.76 กิโลเมตร ครอบคลุม 11 นิคมอุตสาหกรรม ทั้งในประเทศไทยและมาเลเซีย รองรับกำลังการผลิตไฟฟ้าได้ 3,000 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นฐานรากสำคัญในการพัฒนาสู่ Smart City, Data Center และ EV Ecosystem

การจะบรรลุความมั่นคงทางพลังงานในระดับประเทศ จำเป็นต้องอาศัยการพัฒนาทั้งในระบบสายส่งและสายจำหน่าย เพื่อลดปัญหาคอขวดในการซื้อขายไฟฟ้าข้ามพื้นที่ รวมถึงยกระดับสถานีไฟฟ้าและหม้อแปลงให้เป็นระบบอัจฉริยะ (Grid Modernization)

ภาครัฐและเอกชนควรร่วมมือกันสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ เช่น Load Aggregator เพื่อรวมศูนย์การบริหารจัดการโหลดไฟฟ้า และการทำ Demand Response เพื่อจัดการการใช้พลังงานในภาคอุตสาหกรรมและครัวเรือน ซึ่งจะช่วยตอบโจทย์ความต้องการพลังงานสีเขียวในกลุ่มอุตสาหกรรมยุคใหม่ อาทิ เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ และศูนย์ข้อมูล

ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการ Energy Time Online

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้