สถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งประเทศไทย

Last updated: 14 ก.ค. 2569  |  253 จำนวนผู้เข้าชม  | 

สถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งประเทศไทย

คุรุจิต ชี้เร่งแก้ พ.ร.บ.ปิโตรเลียมล้าสมัย หากล่าช้าเสี่ยงซ้ำรอยเอราวัณ ดันต้นทุนค่าไฟสูง

ประเทศไทยต้องเร่งสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ซึ่งขณะนี้อยู่ในภาวะที่น่าเป็นห่วง จากการดำเนินนโยบายอุดหนุนราคาพลังงานจนบิดเบือนกลไกตลาด และขาดการวางแผนระยะยาวในการจัดการแหล่งปิโตรเลียม จึงต้องเร่งบริหารแหล่งปิโตรเลียมก่อนหมดอายุ ลดอุปสรรคในการเปิดสัมปทานแหล่งใหม่ เพื่อลดเสี่ยงในการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่มีราคาแพง ที่จะส่งผลให้ราคาค่าไฟฟ้าแพงขึ้น



ดร.คุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งประเทศไทย (PEIT) กล่าวว่า แหล่งปิโตรเลียมในประเทศ เป็นแหล่งที่มีอายุ 50 ปีแล้ว และมีขนาดเล็ก เปรียบเสมือนเข้าสู่วัยทอง ปริมาณการผลิตไม่มากเท่าไร การเปิดใหม่สัมปทานรอบใหม่ จะไม่มีการลงทุนจากต่างประเทศ บริษัทใหญ่ ๆ จะไม่ให้ความสนใจ จะมีแต่ผู้ประกอบการายเดิม ในขณะที่กฎหมายปิโตรเลียมเขียนไว้เมื่อ 50 ปีที่แล้ว ด้วยข้อจำกัดของพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) มาตรา 26 ที่ระบุให้ผู้รับสัมปทานสามารถต่อระยะเวลาผลิตได้เพียงครั้งเดียว ทำให้เกิดความไม่มั่นใจต่อนักลงทุน เนื่องจากการลงทุนในกิจการปิโตรเลียมต้องใช้เงินมหาศาล หากรัฐบาลรอให้สัญญาใกล้หมดอายุแล้วจึงพิจารณา เอกชนจะไม่กล้าลงทุนล่วงหน้า

ประเด็นที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งในขณะนี้ คือ แหล่งปิโตรเลียมหลายแห่งกำลังจะทยอยหมดอายุสัมปทานในช่วงปี 2570-2571 ผู้ผลิตจำเป็นต้องมีการลงทุนเจาะหลุมผลิตใหม่ทุกปีเพื่อรักษาระดับการผลิต และการที่กฎหมายกำหนดว่าต่อระยะเวลาผลิตได้ครั้งเดียว 10 ปี เมื่อครบกำหนดแล้วจะต่อไม่ได้อีก ถือเป็นบทที่ล้าสมัย เพราะไม่ตรงกับบริบทของประเทศไทย ควรต่อระยะเวลาผลิตให้กับเจ้าเดิม เพื่อให้การผลิตปิโตรเลียมมีความต่อเนื่อง ผู้ประกอบจะกล้าลงทุนต่อ โดยกฎหมายเดิมเขียนไว้ว่าต้องมายื่นขอต่ออายุก่อน 6 เดือนล่วงหน้า แต่ในความเป็นจริงกระบวนการตัดสินใจของรัฐบาลในสมัยนี้ จะใช้ระยะเวลานานกว่านั้น ควรให้ยื่นต่อระยะเวลาการผลิตก่อน 5 ปีด้วยซ้ำ เพราะแหล่งปิโตรเลียมในประเทศไทยเป็นกระเปาะเล็ก ๆ ต้องมีการเจาะหลุมใหม่ทุกปี หลุมนึงอย่างน้อยลงทุนหลักร้อยล้านบาท แล้วกฎหมายบอกว่าจะหักค่าเสื่อมได้ 10 ปี จะหักปีแรกทั้งหมดไม่ได้ อาทิ มีต้นทุน 100 ล้านบาท ต้องหักปีละ 10 ล้านบาท เป็นเวลา 10 ปี ถ้าระยะเวลาการผลิตเหลือ 5 ปี เอกชนจะลงทุนทำไม การต่อระยะเวลาผลิตล่วงหน้าจะทำให้ผู้ลงทุนวางแผนการผลิตได้ถูกและต่อเนื่อง และจะไม่มีปัญหาเรื่องการรื้อถอนแท่นผลิตด้วย

หากรัฐบาลไม่เร่งตัดสินใจแก้ไขข้อจำกัดนี้ ประเทศไทยอาจต้องเผชิญกับภาวะชะงักงันในการผลิต (Operational Gap) ซึ่งเป็นช่วงรอยต่อที่ผู้รับสัมปทานรายเดิมยุติการลงทุนล่วงหน้า ขณะที่มีการประมูลใหม่ ผู้รับสัมปทานรายใหม่เข้ามา ก็ยังไม่สามารถเข้าพื้นที่เพื่อดำเนินการต่อเนื่องได้ เหมือนกับที่เกิดกับแหล่งเอราวัณ ที่ช่วงรอยต่อการเปลี่ยนผ่านผู้ดำเนินงาน ส่งผลให้ปริมาณการผลิตก๊าซธรรมชาติลดลงอย่างมาก เหลือเพียง 300 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ประกอบกับมาเจอวิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ต้องนำเข้า LNG ราคาแพง ค่าไฟก็แพง” ดร.คุรุจิต กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมเพื่อแก้ไขปัญหาและรักษาความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ เสนอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการเชิงรุก 2 ประการ ได้แก่
1. เสนอให้รัฐบาลพิจารณาแก้ไข พ.ร.บ. ปิโตรเลียม มาตรา 26 โดยปลดล็อกเงื่อนไขที่ให้ต่ออายุได้เพียงครั้งเดียว เปลี่ยนเป็นอนุญาตให้ต่ออายุสัญญาไปได้ตราบเท่าที่ผู้ประกอบการสามารถพิสูจน์ได้ว่ายังมีปริมาณสำรองและสามารถผลิตได้คุ้มค่าเชิงพาณิชย์
2. เสนอให้ปรับลดอัตราภาษีเงินได้ปิโตรเลียม จากระดับ 50% ลงเหลือ 40% เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนอย่างต่อเนื่อง

ขณะนี้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติร่างแก้ไขกฎหมายเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหลือแต่การเร่งขับเคลื่อนเสนอต่อคณะรัฐมนตรี แล้วนำเข้ารัฐสภา อยู่ที่การตัดสินใจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน การแก้ไขเป็นกระบวนการมาตราเดียว ถ้ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานพูดกับนายกรัฐมนตรีรู้เรื่อง ก็นำเรื่องเข้าสภาตั้งกรรมาธิการเต็มสภาผ่าน 3 วาระรวดได้เลย ซึ่งลักษณะแบบนี้เคยเกิดขึ้นในสมัย พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี ผ่านกฎหมายองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย เป็นพันธกรณีกับมาเลเซีย ซึ่งตอนนี้จะทำได้ง่ายเลย เนื่องจากเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก มีวุฒิสภาฝ่ายรัฐบาลสนับสนุน ใช้เวลาทำแค่ครึ่งเดือน



“การสร้างความมั่นคงด้านพลังงานไม่ใช่เพียงการควบคุมราคาพลังงานในระยะสั้น แต่ต้องคำนึงถึงต้นทุนของประเทศในระยะยาว ทั้งด้านความสามารถในการแข่งขัน ความเชื่อมั่นของนักลงทุน และความมั่นคงของระบบพลังงาน โดยการรักษาระดับการผลิตก๊าซธรรมชาติในประเทศควบคู่กับการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถเดินหน้าสู่การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานได้อย่างสมดุล และลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดพลังงานโลก” ดร.คุรุจิต กล่าว



ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการ Energy Time Online

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Energy Wake Up

10 ก.ค. 2569

Energy Wake Up

14 ก.ค. 2569

Energy&Us

11 ก.ค. 2569

Energy Wake Up

13 ก.ค. 2569

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้