สถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งประเทศไทย

Last updated: 14 ก.ค. 2569  |  206 จำนวนผู้เข้าชม  | 

สถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งประเทศไทย

คุรุจิต ชี้เร่งแก้ พ.ร.บ.ปิโตรเลียมล้าสมัย หากล่าช้าเสี่ยงซ้ำรอยเอราวัณ ดันต้นทุนค่าไฟสูง

ประเทศไทยต้องเร่งสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ซึ่งขณะนี้อยู่ในภาวะที่น่าเป็นห่วง จากการดำเนินนโยบายอุดหนุนราคาพลังงานจนบิดเบือนกลไกตลาด และขาดการวางแผนระยะยาวในการจัดการแหล่งปิโตรเลียม จึงต้องเร่งบริหารแหล่งปิโตรเลียมก่อนหมดอายุ ลดอุปสรรคในการเปิดสัมปทานแหล่งใหม่ เพื่อลดเสี่ยงในการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่มีราคาแพง ที่จะส่งผลให้ราคาค่าไฟฟ้าแพงขึ้น



ดร.คุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งประเทศไทย (PEIT) กล่าวว่า แหล่งปิโตรเลียมในประเทศ เป็นแหล่งที่มีอายุ 50 ปีแล้ว และมีขนาดเล็ก เปรียบเสมือนเข้าสู่วัยทอง ปริมาณการผลิตไม่มากเท่าไร การเปิดใหม่สัมปทานรอบใหม่ จะไม่มีการลงทุนจากต่างประเทศ บริษัทใหญ่ ๆ จะไม่ให้ความสนใจ จะมีแต่ผู้ประกอบการายเดิม ในขณะที่กฎหมายปิโตรเลียมเขียนไว้เมื่อ 50 ปีที่แล้ว ด้วยข้อจำกัดของพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) มาตรา 26 ที่ระบุให้ผู้รับสัมปทานสามารถต่อระยะเวลาผลิตได้เพียงครั้งเดียว ทำให้เกิดความไม่มั่นใจต่อนักลงทุน เนื่องจากการลงทุนในกิจการปิโตรเลียมต้องใช้เงินมหาศาล หากรัฐบาลรอให้สัญญาใกล้หมดอายุแล้วจึงพิจารณา เอกชนจะไม่กล้าลงทุนล่วงหน้า

ประเด็นที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งในขณะนี้ คือ แหล่งปิโตรเลียมหลายแห่งกำลังจะทยอยหมดอายุสัมปทานในช่วงปี 2570-2571 ผู้ผลิตจำเป็นต้องมีการลงทุนเจาะหลุมผลิตใหม่ทุกปีเพื่อรักษาระดับการผลิต และการที่กฎหมายกำหนดว่าต่อระยะเวลาผลิตได้ครั้งเดียว 10 ปี เมื่อครบกำหนดแล้วจะต่อไม่ได้อีก ถือเป็นบทที่ล้าสมัย เพราะไม่ตรงกับบริบทของประเทศไทย ควรต่อระยะเวลาผลิตให้กับเจ้าเดิม เพื่อให้การผลิตปิโตรเลียมมีความต่อเนื่อง ผู้ประกอบจะกล้าลงทุนต่อ โดยกฎหมายเดิมเขียนไว้ว่าต้องมายื่นขอต่ออายุก่อน 6 เดือนล่วงหน้า แต่ในความเป็นจริงกระบวนการตัดสินใจของรัฐบาลในสมัยนี้ จะใช้ระยะเวลานานกว่านั้น ควรให้ยื่นต่อระยะเวลาการผลิตก่อน 5 ปีด้วยซ้ำ เพราะแหล่งปิโตรเลียมในประเทศไทยเป็นกระเปาะเล็ก ๆ ต้องมีการเจาะหลุมใหม่ทุกปี หลุมนึงอย่างน้อยลงทุนหลักร้อยล้านบาท แล้วกฎหมายบอกว่าจะหักค่าเสื่อมได้ 10 ปี จะหักปีแรกทั้งหมดไม่ได้ อาทิ มีต้นทุน 100 ล้านบาท ต้องหักปีละ 10 ล้านบาท เป็นเวลา 10 ปี ถ้าระยะเวลาการผลิตเหลือ 5 ปี เอกชนจะลงทุนทำไม การต่อระยะเวลาผลิตล่วงหน้าจะทำให้ผู้ลงทุนวางแผนการผลิตได้ถูกและต่อเนื่อง และจะไม่มีปัญหาเรื่องการรื้อถอนแท่นผลิตด้วย

หากรัฐบาลไม่เร่งตัดสินใจแก้ไขข้อจำกัดนี้ ประเทศไทยอาจต้องเผชิญกับภาวะชะงักงันในการผลิต (Operational Gap) ซึ่งเป็นช่วงรอยต่อที่ผู้รับสัมปทานรายเดิมยุติการลงทุนล่วงหน้า ขณะที่มีการประมูลใหม่ ผู้รับสัมปทานรายใหม่เข้ามา ก็ยังไม่สามารถเข้าพื้นที่เพื่อดำเนินการต่อเนื่องได้ เหมือนกับที่เกิดกับแหล่งเอราวัณ ที่ช่วงรอยต่อการเปลี่ยนผ่านผู้ดำเนินงาน ส่งผลให้ปริมาณการผลิตก๊าซธรรมชาติลดลงอย่างมาก เหลือเพียง 300 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ประกอบกับมาเจอวิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ต้องนำเข้า LNG ราคาแพง ค่าไฟก็แพง” ดร.คุรุจิต กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมเพื่อแก้ไขปัญหาและรักษาความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ เสนอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการเชิงรุก 2 ประการ ได้แก่
1. เสนอให้รัฐบาลพิจารณาแก้ไข พ.ร.บ. ปิโตรเลียม มาตรา 26 โดยปลดล็อกเงื่อนไขที่ให้ต่ออายุได้เพียงครั้งเดียว เปลี่ยนเป็นอนุญาตให้ต่ออายุสัญญาไปได้ตราบเท่าที่ผู้ประกอบการสามารถพิสูจน์ได้ว่ายังมีปริมาณสำรองและสามารถผลิตได้คุ้มค่าเชิงพาณิชย์
2. เสนอให้ปรับลดอัตราภาษีเงินได้ปิโตรเลียม จากระดับ 50% ลงเหลือ 40% เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนอย่างต่อเนื่อง

ขณะนี้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติร่างแก้ไขกฎหมายเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหลือแต่การเร่งขับเคลื่อนเสนอต่อคณะรัฐมนตรี แล้วนำเข้ารัฐสภา อยู่ที่การตัดสินใจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน การแก้ไขเป็นกระบวนการมาตราเดียว ถ้ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานพูดกับนายกรัฐมนตรีรู้เรื่อง ก็นำเรื่องเข้าสภาตั้งกรรมาธิการเต็มสภาผ่าน 3 วาระรวดได้เลย ซึ่งลักษณะแบบนี้เคยเกิดขึ้นในสมัย พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี ผ่านกฎหมายองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย เป็นพันธกรณีกับมาเลเซีย ซึ่งตอนนี้จะทำได้ง่ายเลย เนื่องจากเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก มีวุฒิสภาฝ่ายรัฐบาลสนับสนุน ใช้เวลาทำแค่ครึ่งเดือน



“การสร้างความมั่นคงด้านพลังงานไม่ใช่เพียงการควบคุมราคาพลังงานในระยะสั้น แต่ต้องคำนึงถึงต้นทุนของประเทศในระยะยาว ทั้งด้านความสามารถในการแข่งขัน ความเชื่อมั่นของนักลงทุน และความมั่นคงของระบบพลังงาน โดยการรักษาระดับการผลิตก๊าซธรรมชาติในประเทศควบคู่กับการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถเดินหน้าสู่การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานได้อย่างสมดุล และลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดพลังงานโลก” ดร.คุรุจิต กล่าว



ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการ Energy Time Online

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Energy Wake Up

10 ก.ค. 2569

Energy Wake Up

14 ก.ค. 2569

Energy Wake Up

13 ก.ค. 2569

Energy&Us

11 ก.ค. 2569

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้