Last updated: 24 ก.ค. 2569 | 253 จำนวนผู้เข้าชม |
ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้น จากเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในทะเลแดง และการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่หยุดชะงัก
บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบปิดตลาด วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ว่า ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้น จากเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในทะเลแดง และการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่หยุดชะงัก โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อยู่ที่ 92.19 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 5.36 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์ อยู่ที่ 100.69 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 6.62 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคา คือ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 ติดต่อกัน โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) ปรับเพิ่มขึ้นเหนือระดับ 90 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 11 มิ.ย. ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นทะลุระดับ 100 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปลายเดือน พ.ค. หลังกลุ่มฮูตีในเยเมนประกาศยกระดับการปิดล้อมทางทะเล และได้ส่งโดรน/ขีปนาวุธเข้าโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียจำนวน 2 ลำในบริเวณช่องแคบแบ๊บ เอล-มันเดบ(Bab el-Mandab Strait) ในทะเลแดง ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้บนเรือบรรทุกน้ำมันอย่างน้อย 1 ลำ อย่างไรก็ดี หลังจากการโจมตี เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ของจีน 2 ลำ ซึ่งบรรทุกน้ำมันจากซาอุดีอาระเบียรวมกัน 4 ล้านบาร์เรล สามารถ ออกจาก ทะเลแดงผ่านช่องแคบบับเอลมันเดบได้ในวันพฤหัสบดี ตามข้อมูลการเดินเรือ
นักวิเคราะห์จาก UBS ระบุว่า ปริมาณการโหลดน้ำมันดิบออกจากท่าเรือในอ่าวอาหรับช่วง 7 วันที่ผ่านมา ร่วงลงเหลือเพียง 2.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ลดลงจากค่าเฉลี่ย 30 วันก่อนหน้าที่ 6.0 ล้านบาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้ ปฏิบัติการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ต่อท่าเรืออิหร่าน ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่านดิ่งลงสู่ระดับเกือบศูนย์บาร์เรลต่อวัน จากเดิม 1.5–2.0 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงต้นเดือน
สถานการณ์ในภูมิภาคยกระดับความรุนแรงขึ้น หลังจากกองทัพสหรัฐฯ ดำเนินการโจมตีทางอากาศใส่อิหร่านติดต่อกันเป็นคืนที่ 12 ขณะที่ Goldman Sachs คาดการณ์ว่า หากปัญหาการหยุดชะงักในช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อต่อไป ราคาน้ำมันดิบเบรนท์อาจปรับตัวสูงขึ้นเกินระดับ 120 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้
การปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วของราคาน้ำมันดิบส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับสภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก (Inflation shock) ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Treasury Yield) ปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 18 เดือน ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วขึ้นเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวอาจกดดันการเติบโตทางเศรษฐกิจและลดทอนความต้องการใช้น้ำมันในระยะยาว
ABOUT THE AUTHOR
กองบรรณาธิการ Energy Time Online
24 ก.ค. 2569
24 ก.ค. 2569
24 ก.ค. 2569
9 ก.ค. 2569