สถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งประเทศไทย

Last updated: 28 ก.ค. 2569  |  67 จำนวนผู้เข้าชม  | 

สถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งประเทศไทย

คุรุจิต เสนอ Roadmap ปิโตรเลียมหมดอายุ รักษากำลังผลิตไทย

“ดร.คุรุจิต” เสนอรัฐบาลเร่งจัดทำ Roadmap บริหารแหล่งปิโตรเลียมที่กำลังทยอยหมดอายุสัมปทาน โดยประเมินศักยภาพเป็นรายแหล่งและกำหนดแนวทางบริหารล่วงหน้า เปิดทางให้รัฐเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการขยายระยะเวลาการผลิต การเปิดแข่งขัน หรือการยุติการผลิต พร้อมชี้ว่าในแหล่งที่ยังมีศักยภาพ การให้ผู้ดำเนินงานเดิมดำเนินการต่อภายใต้เงื่อนไขใหม่ อาจช่วยรักษากำลังการผลิต ลดความเสี่ยงเกิดช่องว่างการผลิต และลดการพึ่งพา LNG ในอนาคต

ดร.คุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งประเทศไทย (PEIT) กล่าวว่า ประเทศไทยควรเร่งจัดทำ Roadmap ระดับประเทศเพื่อบริหารแหล่งปิโตรเลียมที่กำลังทยอยสิ้นสุดอายุสัมปทาน เนื่องจากการตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของแต่ละแหล่งต้องอาศัยการเตรียมการและการลงทุนล่วงหน้าหลายปี

หลายแหล่งที่กำลังหมดอายุเป็นแหล่งปิโตรเลียมช่วงปลายอายุ (Brownfield) ซึ่งแม้กำลังการผลิตจะลดลงตามธรรมชาติ แต่ยังสามารถผลิตต่อได้ หากมีการลงทุนขุดเจาะหลุมเพิ่มเติม บำรุงรักษาอุปกรณ์ และใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม

"โจทย์สำคัญไม่ใช่เพียงว่าจะต่อสัมปทานหรือเปิดประมูลใหม่ แต่คือจะทำอย่างไรให้ทรัพยากรที่ยังเหลืออยู่ถูกนำขึ้นมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ รักษาความต่อเนื่องของการผลิต และทำให้ประเทศได้รับประโยชน์สูงสุด" ดร.คุรุจิตกล่าว

Road Map ขั้นที่ 1 เริ่มจากประเมินศักยภาพรายแหล่ง
ดร.คุรุจิตเสนอว่า ขั้นตอนแรกของ Roadmap คือการจัดทำฐานข้อมูลรายแหล่งให้ครบถ้วน ทั้งกำหนดสิ้นสุดสัมปทาน ปริมาณสำรองที่เหลือ ศักยภาพการผลิต ต้นทุนการลงทุน สภาพโครงสร้างพื้นฐาน และภาระรื้อถอนในอนาคต เพื่อให้รัฐสามารถจำแนกได้ว่าแหล่งใดควรผลิตต่อ เปิดแข่งขัน หรือเตรียมยุติการผลิต โดยไม่จำเป็นต้องใช้แนวทางเดียวกันกับทุกแหล่ง

เขาระบุว่า แหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยต้องขุดเจาะหลุมใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาระดับการผลิต หากการลงทุนสะดุด กำลังการผลิตอาจลดลงเร็วกว่าศักยภาพที่แท้จริงของแหล่ง

Road Map ขั้นที่ 2 เลือกเครื่องมือเชิงนโยบายให้เหมาะกับแต่ละแหล่ง
ประเทศไทยมีเครื่องมือเชิงนโยบายหลายรูปแบบ ทั้งการขยายระยะเวลาการผลิต การเปิดประมูลใหม่ การปรับเงื่อนไขการลงทุน หรือการยุติการผลิตในกรณีที่ไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ โดยรัฐควรเลือกใช้ให้เหมาะกับศักยภาพของแต่ละแหล่ง

"ไม่จำเป็นว่าทุกแหล่งต้องใช้วิธีเดียวกัน แต่ต้องเลือกเครื่องมือที่เหมาะกับแต่ละแหล่ง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ" ดร.คุรุจิตกล่าว

สำหรับแหล่ง Brownfield ที่ยังมีศักยภาพและต้องการการลงทุนต่อเนื่อง เขาเห็นว่า รัฐควรเปิดทางให้สามารถขยายระยะเวลาการผลิตหรือพิจารณาต่ออายุสัมปทานแก่ผู้ดำเนินงานเดิมภายใต้เงื่อนไขใหม่ เนื่องจากมีความพร้อมทั้งข้อมูลธรณีวิทยา ประวัติการผลิต ระบบปฏิบัติการ และบุคลากร ทำให้สามารถลงทุนและขุดเจาะต่อเนื่องได้รวดเร็วกว่าการเริ่มต้นใหม่

อย่างไรก็ตาม การขยายระยะเวลาการผลิตไม่ควรเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ แต่ต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ที่โปร่งใส พร้อมกำหนดเงื่อนไขด้านการลงทุน กำลังการผลิต ผลตอบแทนรัฐ มาตรฐานความปลอดภัย และภาระรื้อถอนอย่างชัดเจน

"ถ้าเป็นแหล่งช่วงปลายอายุ ผู้ดำเนินงานเดิมย่อมรู้จักแหล่งดีที่สุด การให้ดำเนินงานต่อภายใต้เงื่อนไขใหม่อาจช่วยยืดอายุการผลิตและลดความเสี่ยงช่วงเปลี่ยนผ่านได้ แต่ต้องพิจารณาเป็นรายแหล่ง ไม่ใช่ต่ออายุทั้งหมดโดยไม่มีเงื่อนไข" ดร.คุรุจิตกล่าว

Roadmap ขั้นที่ 3 ปรับกฎหมายและลดอุปสรรคการอนุญาต
อีกขั้นตอนสำคัญของ Roadmap คือการทบทวนพระราชบัญญัติปิโตรเลียมและระบบอนุญาต ให้สอดคล้องกับบริบทที่แหล่งผลิตจำนวนมากเข้าสู่ช่วงปลายอายุ

ดร.คุรุจิตเห็นว่า กฎหมายควรเพิ่มความยืดหยุ่นให้รัฐสามารถเลือกขยายระยะเวลาผลิต ปรับเงื่อนไข หรือเปิดแข่งขันได้ตามความเหมาะสมของแต่ละแหล่ง ภายใต้กระบวนการที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ นอกจากนี้ ต้องลดความซ้ำซ้อนของขั้นตอนการอนุญาตและบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ป่า พื้นที่ปฏิรูปที่ดิน สิ่งแวดล้อม และการใช้พื้นที่ของรัฐ เพราะแม้ผู้ประกอบการจะได้รับสิทธิปิโตรเลียม แต่หากไม่สามารถเข้าพื้นที่หรือได้รับใบอนุญาตไม่ทันเวลา ก็ไม่สามารถลงทุนและผลิตได้จริง

Road Map ขั้นที่ 4 ต้องตัดสินใจล่วงหน้า ไม่รอใกล้หมดอายุ
ดร.คุรุจิตย้ำว่า รัฐควรกำหนดกรอบเวลาการตัดสินใจที่ชัดเจนก่อนสิทธิของแต่ละแหล่งจะสิ้นสุด เนื่องจากการลงทุนด้านปิโตรเลียมต้องใช้เวลาหลายปี ตั้งแต่การประเมินข้อมูล อนุมัติงบประมาณ ออกแบบหลุม จัดหาแท่นขุดเจาะ สั่งซื้ออุปกรณ์ และเตรียมบุคลากร หากเปิดให้ยื่นขอต่ออายุหรือเริ่มกระบวนการคัดเลือกเมื่อเหลือเวลาเพียงไม่กี่เดือน ผู้ดำเนินงานย่อมไม่สามารถตัดสินใจลงทุนขนาดใหญ่ได้ และอาจทำให้การขุดเจาะชะลอลงก่อนสัมปทานสิ้นสุด

“กิจการปิโตรเลียมเป็นการลงทุนหลักหมื่นล้านหรือแสนล้านบาท ผู้ดำเนินงานต้องรู้ล่วงหน้าหลายปีว่าจะได้รับสิทธิดำเนินการต่อหรือไม่ ถ้าเหลือเวลาไม่นานและยังไม่รู้อนาคต เขาก็ไม่สามารถลงทุนขุดเจาะหลุมใหม่ได้” ดร.คุรุจิตกล่าว

Roadmap ขั้นที่ 5 รักษาความมั่นคงพลังงานของประเทศ ป้องกันช่องว่างการผลิต ลดการพึ่งพา LNG
เป้าหมายสูงสุดของ Roadmap คือการป้องกัน Operational Gap และรักษาความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ หากกำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติในประเทศลดลงเร็วกว่าที่ควร ประเทศไทยจะต้องพึ่งพาการนำเข้า LNG มากขึ้น ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดโลก ต้นทุนการขนส่ง และปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลต่อต้นทุนไฟฟ้า ภาคอุตสาหกรรม รายได้ของรัฐ และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ดร.คุรุจิตกล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐไม่ควรตั้งธงล่วงหน้าว่าทุกแหล่งต้องต่ออายุสัมปทานหรือเปิดประมูลใหม่ แต่ควรประเมินต้นทุน ประโยชน์ และความเสี่ยงของแต่ละทางเลือกอย่างรอบด้าน

"การต่ออายุสัมปทานไม่ใช่เป้าหมายในตัวเอง แต่เป็นเครื่องมือที่รัฐควรเลือกใช้ เมื่อพิสูจน์ได้ว่าสามารถรักษาการผลิต ลดความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางพลังงาน และสร้างประโยชน์รวมให้ประเทศได้มากกว่าทางเลือกอื่น สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องตัดสินใจให้ชัดเจนและทันเวลา" ดร.คุรุจิตกล่าว

เขาย้ำว่า Roadmap ดังกล่าวไม่ใช่การกำหนดคำตอบล่วงหน้า แต่เป็นการสร้างกระบวนการตัดสินใจที่มีข้อมูลรองรับ โปร่งใส และทันเวลา เพื่อรักษาความต่อเนื่องของการผลิต ความมั่นคงด้านพลังงาน และผลประโยชน์สูงสุดของประเทศ

ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการ Energy Time Online

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Energy&Us

25 ก.ค. 2569

Energy Wake Up

9 ก.ค. 2569

Energy Wake Up

24 ก.ค. 2569

Energy Wake Up

27 ก.ค. 2569

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้