Last updated: 14 ส.ค. 2569 | 64 จำนวนผู้เข้าชม |
บี.กริม เพาเวอร์ ผลงานไตรมาส 2/69 แข็งแกร่ง กำไรสุทธิเติบโต
เดินหน้าขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนต่อเนื่อง
พร้อมประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.18 บาทต่อหุ้น
นางสาวศิริวงศ์ บวรบุญฤทัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร งานการเงินและบัญชีบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ยังแข็งแกร่ง แม้ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ต่อเนื่อง โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการปรับใช้สูตรค่าไฟใหม่ (New Tariff Formula) ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนก๊าซธรรมชาติได้ดียิ่งขึ้น และมาตรการลดต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงเริ่มรับรู้ผลประกอบการจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่ทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) นอกจากนี้ ยังมาจากปริมาณการขายไฟฟ้ารวมเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 2.7% มาอยู่ที่ 4,003 กิกะวัตต์-ชั่วโมง สาเหตุหลักมาจากปริมาณไฟฟ้าขายแก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพิ่มขึ้น 1.9% และปริมาณไฟฟ้าที่ขายแก่ลูกค้าอุตสาหกรรม (IUs) ในประเทศไทยเพิ่มขึ้น 3.8% จากปีก่อน รวมถึงปริมาณไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากโครงการพลังงานหมุนเวียน เช่น โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศเวียดนามและฟิลิปปินส์
สำหรับรายได้รวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 0.4% จากปีก่อน มาอยู่ที่ 15,123 ล้านบาท จากปริมาณการขายไฟฟ้ารวมที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าราคาขายไฟฟ้าให้แก่ กฟผ. และราคาขายไอน้ำจะลดลง สอดคล้องกับราคาก๊าซธรรมชาติที่ลดลง ประกอบกับการลดลงของราคาขายไฟฟ้าให้แก่ IUs ตามการปรับลดของค่า Ft รวมถึงรายได้จากการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการที่ลดลง ในส่วนของ EBITDA ลดลง 6% จากปีก่อน มาอยู่ที่ 3,509 ล้านบาท จากรายได้จากการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการที่ลดลง และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงซึ่งบันทึกในส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและการร่วมค้า โดยการลดลงดังกล่าวถูกชดเชยบางส่วนด้วยต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ลดลง จากการปรับค่าก๊าซย้อนหลังที่รับรู้ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2568
บี.กริม เพาเวอร์ มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (NNP) - ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ อยู่ที่ 478 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.6% จากปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากค่าใช้จ่ายภาษีที่ลดลงจากการบันทึกสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี บวกกับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นจริงที่เพิ่มขึ้น ขณะที่กำไรสุทธิ – ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมาอยู่ที่ 676 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ 7 ล้านบาท จากปีก่อน จากปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX) ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง
เหตุการณ์สำคัญในไตรมาสที่ 2 ที่ส่งผลต่อการเติบโตของบริษัทฯ ได้แก่ การเชื่อมเข้าระบบของลูกค้าอุตสาหกรรมรายใหม่ในประเทศไทย จำนวน 0.7 เมกะวัตต์ จากกลุ่มก๊าซอุตสาหกรรม ซึ่งคิดเป็นการเชื่อมเข้าระบบในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 รวม 18.7 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ ในเดือนมิถุนายน 2569 บริษัท บี.กริม แอลเอ็นจี จำกัด ได้นำเข้า LNG จำนวน 1 ลำ รวมประมาณ 68,000 ตัน (3.5 ล้านล้านบีทียู) เข้าสู่ระบบ Pool Gas เพื่อเป็นเชื้อเพลิงให้กับโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมของ บี.กริม เพาเวอร์ สำหรับธุรกิจในต่างประเทศ บริษัท B.Grimm Power Korea Limited (บี.กริม เพาเวอร์ ถือหุ้น 100%) ซื้อหุ้นกู้แปลงสภาพที่ออกโดยบริษัท Unison Co., Ltd. ในสัดส่วนประมาณ 85% (มูลค่า 32,000 ล้านวอน) สนับสนุนการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง Nakwol ขนาด 365 เมกะวัตต์ ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วน 49%
ในเดือนมิถุนายน 2569 บริษัท บี.กริม กรีนเนอร์ยี่ จำกัด ได้เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดใน บริษัท ฟิวเจอร์ กรีน เทค จำกัด จากบริษัท กรีนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อขยายการลงทุนในโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ และบริษัท บี.กริม บียอนด์บริดจ์ จำกัด (บี.กริม เพาเวอร์ ถือหุ้น 100%) ได้จัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ บริษัท บี.กริม ไอเน็ต จำกัด (บี.กริม บียอนด์บริดจ์ ถือหุ้น 51%) เพื่อพัฒนาและดำเนินการเชิงพาณิชย์ด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและโซลูชันเทคโนโลยี สำหรับเดือนกรกฎาคม 2569 บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ ฟิวเจอร์ โซลูชั่น จำกัด (บี.กริม เพาเวอร์ ถือหุ้น 100%) ซื้อหุ้น 51% ใน บริษัท อรุณา เอ็กซ์ โฮลดิ้งส์ จำกัด เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตพลังงานหมุนเวียนของ บี.กริม เพาเวอร์ มากยิ่งขึ้น
บี.กริม เพาเวอร์ ตอกย้ำความสำเร็จด้วยรางวัลและประกาศเกียรติคุณในช่วงไตรมาส 2 ปี 2569 โดยในเดือนมิถุนายน 2569 ได้รับ 11 รางวัลจาก FinanceAsia Awards 2026 จัดโดย FinanceAsia สื่อชั้นนำด้านการเงินการลงทุนของภูมิภาคเอเชีย นอกจากนี้ ยังได้รับ 6 รางวัล จากงาน The 16th Asian Excellence Awards 2026 จัดโดย Corporate Governance Asia สื่อชั้นนำด้านเศรษฐกิจและการกำกับดูแลกิจการที่ดีของเอเชีย ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาลที่ดี การดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน และการสร้างมูลค่าในระยะยาวให้กับองค์กร
จากรายงานธนาคารแห่งประเทศไทย มองแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวที่ 2.3% จากการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชน มาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตพลังงานของภาครัฐ รวมถึงสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มปรับดีขึ้น โดยในช่วงครึ่งหลังปี 2569 บี.กริม เพาเวอร์ คาดว่าแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Power Development Plan: PDP) ฉบับใหม่ และกรอบการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้ไฟฟ้า (Direct Power Purchase Agreement: Direct PPA) จะมีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งจะสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมไฟฟ้าในประเทศในระยะยาว ผ่านการเปิดโอกาสการลงทุนใหม่ทั้งโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและโรงไฟฟ้าแบบดั้งเดิม รวมถึงรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มจากอุตสาหกรรมเกิดใหม่ เช่น กลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ และอุตสาหกรรมอื่นที่ใช้ไฟฟ้าในระดับสูง ทั้งนี้ บี.กริม เพาเวอร์ ได้เตรียมความพร้อมเข้าร่วมโครงการจัดหาไฟฟ้าที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายใต้ PDP ฉบับใหม่ อาทิ โครงการโซลาร์ภาคประชาชน (Community Solar) โครงการ Independent Power Supply (IPS) และโครงการพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ ควบคู่ไปกับการขยายโอกาสจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA)
สำหรับเป้าหมายในปี 2569 บี.กริม เพาเวอร์ วางแผนนำเข้า LNG ไม่เกิน 6 ลำ หรือคิดเป็นปริมาณรวมประมาณ 280,000 ตัน (14.4 ล้านล้านบีทียู) เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้า SPP ของ บี.กริม เพาเวอร์ ผ่านระบบ Pool Gas โดยคาดการณ์ว่าราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับ SPP อยู่ที่ 330-350 บาทต่อล้านบีทียู เพิ่มขึ้นจากปี 2568 อยู่ที่ 323 บาทต่อล้านบีทียู พร้อมตั้งเป้าเพิ่มลูกค้า IUs รายใหม่ เชื่อมเข้าระบบรวม 50-60 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่คาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) เพิ่มเติม ได้แก่ 1. Zhongce Rubber โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง 35 เมกะวัตต์ 2. Nakwol 1 โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง 365 เมกะวัตต์ และ 3. Huong Hoa 1 โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมบนฝั่ง 48 เมกะวัตต์ และโครงการอื่นๆ รวมกำลังการผลิตสูงสุด 30 เมกะวัตต์
บี.กริม เพาเวอร์ ยังได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่ 0.18 บาทต่อหุ้น สำหรับผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 26 สิงหาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในวันที่ 11 กันยายน 2569
ABOUT THE AUTHOR
กองบรรณาธิการ Energy Time Online
13 ส.ค. 2569
13 ส.ค. 2569
13 ส.ค. 2569
13 ส.ค. 2569