Last updated: 14 ส.ค. 2569 | 94 จำนวนผู้เข้าชม |
ครึ่งปีแรกปีนี้ บ้านปูมีรายได้ 2,778 ล้านเหรียญ มีกำไรสุทธิ 61 ล้านเหรียญฯ
นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ครึ่งปีแรก 2569 มีรายได้รวม 2,778 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 89,222 ล้านบาท มีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) 596 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 19,168 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 61 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,979 ล้านบาท เนื่องจากมีการบริหารจัดการสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ และได้รับแรงหนุนจากปริมาณการขายก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาถ่านหินในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น พร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตภายหลังการควบรวมกับบริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) และจัดตั้งบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ใหม่ (BANPU) ซึ่งช่วยให้ผสานศักยภาพระหว่างธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น เพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงิน และเสริมความแข็งแกร่งของงบดุล เสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและสนับสนุนการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว รองรับความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากการขยายตัวของ AI และ Data Centers
สำหรับผลการดำเนินงานและทิศทางการเติบโตในครึ่งปีแรกของกลุ่มธุรกิจทั้ง 4 ได้แก่ กลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ มีปริมาณการขายก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ 172 พันล้านลูกบาศก์ฟุต เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Temple I และ II สามารถรักษาค่าความพร้อมจ่ายไฟ (EAF) ในระดับสูงที่ร้อยละ 90 รองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน โครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) Barnett Zero มีปริมาณการกักเก็บคาร์บอน 64,200 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ขณะที่โครงการ Cotton Cove ได้เริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) คาดว่าจะกักเก็บคาร์บอนได้เฉลี่ย 32,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี และ Eagle Ford จะกักเก็บคาร์บอนได้เฉลี่ย 90,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี
กลุ่มธุรกิจเหมืองยุคใหม่ มีปริมาณการขายถ่านหินรวม 18 ล้านตัน โดยธุรกิจเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซียและมองโกเลียมีปริมาณการขายเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม ราคาถ่านหินในตลาดโลกยังคงปรับตัวสูงขึ้น บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าแสวงหาโอกาสในธุรกิจแร่เชิงกลยุทธ์ เช่น นิกเกิล และบอกไซต์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่คุณค่าของเทคโนโลยีพลังงานและระบบกักเก็บพลังงาน เพื่อรองรับโอกาสใหม่ในระยะยาว
กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนยังคงเดินเครื่องอย่างมีประสิทธิภาพและมีผลการดำเนินงานที่น่าพอใจ ขณะที่ธุรกิจพลังงานหมุนเวียนมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 1,011 เมกะวัตต์ บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายสัดส่วนธุรกิจพลังงานคาร์บอนต่ำ ผ่านการแสวงหาโอกาสลงทุนในระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ปัจจุบันมี 10 โครงการ ใน 4 ประเทศหลัก ได้แก่ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย จีน และสหรัฐฯ มีขนาดกำลังไฟฟ้ารวม 692 เมกะวัตต์ และความจุพลังงานรวม 2,340 เมกะวัตต์ชั่วโมง ด้านธุรกิจการซื้อขายไฟฟ้าในญี่ปุ่น สามารถจำหน่ายไฟฟ้าได้รวม 3,045 กิกะวัตต์ชั่วโมง
กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีแห่งอนาคต เดินหน้าขยายบริการ Net Zero Solutions โดยให้บริการที่ปรึกษา Net Zero แก่บริษัท ท่าอากาศยานไทย กราวด์ เอวิเอชั่น เซอร์วิสเซส จำกัด (AOTGA) เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้ลงทุนเชิงกลยุทธ์ผ่านหน่วยงาน Corporate Venture Capital (CVC) ปัจจุบันมีการลงทุนในกองทุนรวม 16 กองทุน และการลงทุนโดยตรงใน 6 บริษัท มุ่งเน้นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพการเติบโตสูง พร้อมศึกษาโอกาสการลงทุนในห่วงโซ่คุณค่าของ AI เพื่อเพิ่มศักยภาพของพอร์ตธุรกิจในอนาคต ทั้งนี้ BANPU ได้ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.40 บาทต่อหุ้น
ABOUT THE AUTHOR
กองบรรณาธิการ Energy Time
14 ส.ค. 2569
14 ส.ค. 2569
14 ส.ค. 2569
14 ส.ค. 2569