Last updated: 1 ก.ย. 2569 | 22 จำนวนผู้เข้าชม |
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาโจมตีทางทหารอีกครั้ง
บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบปิดตลาด วันที่ 1 กันยายน 2569 ว่า ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาโจมตีทางทหารอีกครั้ง โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อยู่ที่ 85.76 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.36 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์ อยู่ที่ 90.49 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.18 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคา คือ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์และเวสต์เท็กซัสปรับเพิ่มขึ้นกว่า 2.5% หลังจากการปฏิบัติการทางทหารระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาปะทุอีกครั้ง โดยล่าสุด ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ให้คำมั่นว่าจะโจมตีอิหร่านอย่างหนัก ทั้งนี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 ส.ค. 69 กองกำลังสหรัฐฯ ได้โจมตีฐานยิงขีปนาวุธ 2 แห่งบนเกาะลารักของอิหร่าน หลังพบว่ากองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) กำลังเตรียมการยิงจรวดติดทุ่นระเบิดลงสู่ช่องแคบฮอร์มุซ โดยการโจมตีดังกล่าวถือเป์็นการกลับมาโจมตีครั้งแรกของสหรัฐฯ นับตั้งแต่ช่วงเดือนปลายเดือน ก.ค. 69 ขณะที่อิหร่านได้มีตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพอากาศของสหรัฐฯ 2 แห่งในจอร์แดน รวมถึงโจมตีฐานทัพอากาศ อัล มินฮัด ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันจันทร์ที่31 ส.ค. 69 ส่งผลให้ตลาดกลับมามีความกังวลเกี่ยวกับภาวะหยุดชะงักของอุปทานทั่วโลกอีกครั้ง
ข้อมูลจาก Kpler ระบุว่า จำนวนเรือสินค้าที่สามารถติดตามได้ซึ่งแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงเหลือเพียง 5 ลำต่อวันในช่วงสุดสัปดาห์ จากจำนวน 14 ลำในวันศุกร์ที่28 ส.ค. 69 ที่ผ่านมา สะท้อนถึงความระมัดระวังของผู้ประกอบการในการเดินเรือท่ามกลางความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น โดยเรือบางส่วนได้ปิดระบบระบุตัวตนอัตโนมัติ (AIS) เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกโจมตี ขณะที่การเดินเรือส่วนใหญ่จำกัดอยู่เพียงเรือขนาดเล็ก นอกจากนี้สำนักงานปฏิบัติการการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร (UKMTO)รายงานเหตุเรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันเสาร์ที่ 29 ส.ค. 69 ซึ่งนับเป็นการถูกโจมตีเป็นครั้งที่ 3 ในรอบสัปดาห์ ส่งผลให้ความกังวลต่อความปลอดภัยของเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลกเพิ่มสูงขึ้น
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 ส.ค. 69 ว่า สหรัฐฯ จะนำน้ำมันที่บรรลุข้อตกลงกับเวเนซุเอลามาใช้เเติมคลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) ซึ่งปรับลดมาอยู่ที่ราว 290 ล้านบาร์เรล ณ วันที่ 21 ส.ค. 69 ใกล้แตะระดับต่ำสุดในรอบ 44 ปี นอกจากนี้ มีรายงานว่าบริษัทพลังงานหลายแห่ง ได้แก่ Chevron และ GE Vernova จากสหรัฐฯ, ONGC จากอินเดีย, Eni จากอิตาลี และ Geopark จากโคลอมเบีย กำลังอยู่ระหว่างการเตรียมลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายกับเวเนซุเอลาหลังจากเจรจามาหลายเดือนเพื่อเสริมสร้างโครงการพลังงานในประเทศเวนเนซุเอลา
ABOUT THE AUTHOR
กองบรรณาธิการ Energy Time Online
31 ส.ค. 2569
1 ก.ย. 2569
31 ส.ค. 2569