Last updated: 8 ก.ย. 2569 | 111 จำนวนผู้เข้าชม |
สนพ. เปิดรับฟังความคิดเห็นร่าง “แผน PDP2026”
เปิดกว้างทุกภาคส่วนกำหนดทิศทางไฟฟ้าไทย รับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นต่อ “ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2569–2593 (PDP2026)” เปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อทิศทางการพัฒนาระบบไฟฟ้าของประเทศ เน้นสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน รักษาต้นทุนให้อยู่ในระดับเหมาะสม ควบคู่การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รองรับการเปลี่ยนผ่านพลังงานสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)
สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นต่อ “ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2569–2593 (PDP2026)” ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ โดยมี นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดการสัมมนา พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์ และการถ่ายทอดสดผ่าน Facebook EPPO Thailand เพื่อให้ภาคส่วนต่าง ๆ และประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลและมีส่วนร่วมกับกระบวนการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศในวงกว้าง โดยภายในงานมีการนำเสนอร่าง PDP2026 และเปิดรับฟังแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างต่อเนื่องทั้งช่วงเช้าและช่วงบ่าย
นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กล่าวว่า การจัดทำ PDP2026 เป็นการทบทวนทิศทางการพัฒนาระบบไฟฟ้าของประเทศให้สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งความต้องการพลังงานสะอาดจากภาคอุตสาหกรรม การขยายตัวของ Data Center และ AI การเติบโตของการผลิตไฟฟ้าใช้เอง การเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า ตลอดจนกติกาการค้าระหว่างประเทศและเป้าหมายด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งทำให้การวางแผนระบบไฟฟ้าในอนาคตจำเป็นต้องพิจารณามากกว่าการจัดหากำลังผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอ แต่ต้องสร้างระบบไฟฟ้าที่มีความยืดหยุ่น รองรับรูปแบบการผลิตและการใช้พลังงานที่หลากหลายมากขึ้น
“PDP เป็นแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่กำหนดทิศทางระบบไฟฟ้าของประเทศในระยะยาว การจัดทำ PDP2026 จึงต้องพิจารณาทั้งความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ต้นทุนที่เหมาะสม ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด ขณะเดียวกัน กระบวนการจัดทำแผนต้องเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและประชาชนได้รับทราบข้อมูลและร่วมแสดงความคิดเห็น เพื่อให้การวางแผนมีความรอบด้านและสะท้อนมุมมองจากทุกภาคส่วน” นายวัฒนพงษ์ กล่าว
สำหรับหลักการสำคัญของ ร่างแผน PDP2026 ให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลใน 3 ด้าน ได้แก่ ความมั่นคงด้านพลังงาน (Security) เศรษฐกิจ (Economy) และสิ่งแวดล้อม (Ecology) โดยด้านความมั่นคงมุ่งให้ระบบไฟฟ้ามีความเพียงพอทั้งในภาพรวมของประเทศและในระดับภูมิภาค พร้อมกระจายชนิดเชื้อเพลิงเพื่อสร้างความสมดุลของแหล่งพลังงานในระยะยาว ด้านเศรษฐกิจมุ่งบริหารต้นทุนค่าไฟฟ้าให้อยู่ในระดับเหมาะสมและเป็นธรรม ขณะที่ด้านสิ่งแวดล้อมสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ของประเทศในปี พ.ศ. 2593 ควบคู่กับแนวคิดการกระจายศูนย์ของระบบไฟฟ้า (Decentralization) และการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรม (Just Energy Transition)
ร่างแผน PDP2026 ยังสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากระบบไฟฟ้าแบบเดิม ไปสู่ระบบที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยบริหารสมดุลระหว่างพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน และกำลังผลิตที่สามารถจ่ายไฟได้อย่างมั่นคง รวมทั้งปรับบทบาทของภาคเอกชนและผู้ใช้ไฟฟ้าจากผู้ใช้พลังงานเพียงอย่างเดียว ไปสู่การมีส่วนร่วมในระบบไฟฟ้ามากขึ้น ทั้งการผลิตไฟฟ้าใช้เอง การบริหารจัดการความต้องการใช้ไฟฟ้า และการเข้าถึงพลังงานสะอาด พร้อมทั้งวางแนวทางรองรับการเปลี่ยนแปลงของระบบไฟฟ้าในอนาคต ทั้งการพัฒนากลไก Demand Response (DR) โดยมีเป้าหมายสะสมกว่า 2,800 เมกะวัตต์ ในปี 2593 และพลังงานแบบกระจายศูนย์ หรือ Distributed Energy Resources (DER) เป้าหมายสะสมกว่า 9,100 เมกะวัตต์ ในปี 2593 ซึ่งจะมีบทบาทในการบริหารจัดการความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบโครงข่าย
นอกจากนี้ ยังเตรียมความพร้อมสำหรับเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำและเทคโนโลยีพลังงานในอนาคต ทั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) และเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) ตลอดจนการเปิดกว้างสำหรับเทคโนโลยีพลังงานสะอาดอื่น ๆ เพื่อการวิจัยและพัฒนาทางเลือกใหม่ เช่น ระบบกักเก็บพลังงานระยะยาว และ Hydrogen เป็นต้น เพื่อเพิ่มทางเลือกในการพัฒนาระบบไฟฟ้าและลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางเทคโนโลยีในระยะยาว
สำหรับในช่วง 12 ปีแรกของแผน ระหว่างปี 2569–2580 กำหนดกรอบกำลังผลิตใหม่รวมประมาณ 50,900 เมกะวัตต์ ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติแบบพลังความร้อนร่วม (CCGT) 9,100 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้า SMR 300 เมกะวัตต์ พลังงานแสงอาทิตย์ 24,300 เมกะวัตต์ พลังงานลม 2,700 เมกะวัตต์ และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) 14,500 เมกะวัตต์ โดยทางเลือกต่าง ๆ ในช่วงแรกของแผนขับเคลื่อนอยู่บนโครงสร้างพื้นฐานเดียวกันและเป็นไปตามหลักการจัดทำแผนทั้ง 3 ด้าน
ขณะที่ช่วงหลังปี 2580 ได้จัดทำทางเลือกเพื่อรองรับเส้นทางการเปลี่ยนผ่านไปสู่เป้าหมายพลังงานสะอาดในปี 2593 โดยพิจารณาทั้งการใช้เทคโนโลยี CCS การเพิ่มพลังงานหมุนเวียนควบคู่กับระบบกักเก็บพลังงาน และการผสมผสานทั้งสองแนวทาง ซึ่งในทุกทางเลือกกำหนดให้พลังงานสะอาดมีสัดส่วนอย่างน้อย 65% ในปี 2593 เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ
ทั้งนี้ สนพ. ยังเปิดรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติม โดยสามารถส่งหนังสือถึง สนพ. หรือผ่านช่องทางออนไลน์ ทาง Google From https://forms.gle/Q2MQy8nRR4AUwqEQA ได้ถึงวันที่ 15 กันยายน 2569 โดยภายหลังการรับฟังความคิดเห็น สนพ. จะรวบรวม และพิจารณาข้อเสนอจากทุกช่องทาง เพื่อนำไปประกอบการปรับปรุงร่างแผนให้มีความเหมาะสม รอบด้าน และสอดคล้องกับบริบทของประเทศมากที่สุด ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการและขั้นตอนการพิจารณาที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อให้ PDP2026 เป็นแผนที่สามารถสร้างสมดุลทั้งด้านความมั่นคงทางพลังงาน เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และรองรับการเปลี่ยนผ่านระบบไฟฟ้าของประเทศไทยในระยะยาว
ABOUT THE AUTHOR
กองบรรณาธิการ Energy Time Online
8 ก.ย. 2569
8 ก.ย. 2569
8 ก.ย. 2569
8 ก.ย. 2569