Last updated: 10 ก.ย. 2569 | 52 จำนวนผู้เข้าชม |
สนพ. เผยผลการศึกษาแผนการใช้รถ EV ของหน่วยงานภาครัฐ
สนพ. เผยแพร่ผลการศึกษาการจัดทำแผนส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในหน่วยงานราชการ และสถานีชาร์จ พร้อมข้อเสนอแนะในการปรับปรุงข้อกำหนด กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องสำหรับการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างรถ EV ของส่วนราชการ
การส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าเป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยในการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมาย Net Zero Emission ในปี 2050 ซึ่งหน่วยงานภาครัฐเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายของประเทศ ดังเจตนารมณ์ของมติคณะรัฐมนตรีที่ให้ทุกส่วนราชการพิจารณาจัดซื้อจัดจ้างรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ามาใช้ในหน่วยงานราชการแทนรถยนต์เดิมที่หมดอายุการใช้งาน หรือที่จะต้องจัดหาขึ้นใหม่ ในการนี้ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน ในฐานะหน่วยงานที่ดำเนินการส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสถานีอัดประจุไฟฟ้า และติดตามผลการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าของหน่วยงานราชการ เห็นว่า การส่งเสริมให้เกิดการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในหน่วยงานราชการมีข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งในด้านการตั้งคำของบประมาณ กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และการเบิกจ่ายค่าอัดประจุไฟฟ้า อีกทั้งยังพบว่าข้อมูลการใช้ยานพาหนะของส่วนราชการทั้งหมดยังไม่มีการจัดทำอย่างเป็นระบบ ดังนั้น เพื่อให้ส่วนราชการได้มีแนวปฎิบัติที่ชัดเจนและมีระบบข้อมูลในการติดตามการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าของส่วนราชการ สนพ. จึงได้ศึกษาจัดทำแผนการดำเนินงานส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและการพัฒนาสถานีอัดประจุในหน่วยงานราชการ
จากข้อมูลของกรมการขนส่งทางบกและกรมบัญชีกลาง พบว่าจำนวนการใช้ยานยนต์ทุกประเภท ทั้งในแบบจัดซื้อและแบบเช่าของหน่วยงานราชการ ในช่วงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 ถึง พ.ศ. 2569 มีมากกว่า 180,000 คัน ซึ่งจากจำนวนรถทั้งหมดเป็นสัดส่วนของยานยนต์ไฟฟ้า (BEV) เพียงร้อยละ 1 จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ สนพ. ต้องจัดทำแผนและกำหนดเป้าหมายการปรับเปลี่ยนอย่างเป็นระบบให้สอดคล้องและเหมาะสมกับศักยภาพของประเทศ โดยการศึกษาการจัดทำแผนการดำเนินงานส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและการพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้าในหน่วยงานราชการมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่สำคัญ ได้แก่ การปรับปรุงมาตรฐานบัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์และบัญชีอัตราค่าเช่ารถยนต์มาใช้ในราชการให้ครอบคลุมประเภทยานยนต์ไฟฟ้าและสถานีอัดประจุไฟฟ้า รวมถึงการจัดทำมาตรฐานและแนวทางการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัย และการกำหนดหน่วยงาน
ในการทำหน้าที่กำกับและติดตามประเมินผลการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและการพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้าในหน่วยงานราชการอย่างชัดเจน
สำหรับการเปลี่ยนรถหน่วยงานภาครัฐเป็นรถ EV ไม่ได้มีผลเฉพาะด้านการประหยัดพลังงาน แต่ยังเป็นการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในภาคขนส่ง ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน รวมถึงยังสอดคล้องกับทิศทางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ นอกจากนี้การส่งเสริมการใช้รถ EV ในหน่วยงานราชการยังเชื่อมโยงกับทิศทางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศด้วย
ABOUT THE AUTHOR
กองบรรณาธิการ Energy Time Online
10 ก.ย. 2569
10 ก.ย. 2569
10 ก.ย. 2569
10 ก.ย. 2569