บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

Last updated: 7 ต.ค. 2569  |  71 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังอิหร่านปรับเพิ่มการโจมตี
ท่ามกลางอุปทานน้ำมันดิบที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง

บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบปิดตลาด วันที่ 7 ตุลาคม 2569 ว่า ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังอิหร่านปรับเพิ่มการโจมตี ท่ามกลางอุปทานน้ำมันดิบที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อยู่ที่ 89.44 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.01 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์ อยู่ที่ 100.58 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.26 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคา คือ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสและเบรนท์ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หลังหน่วยงาน UK Maritime Trade Operations (UKMTO) รายงานว่าในเดือน ต.ค. 69 ได้เกิดเเหตุโจมตีเส้นทางเดินเรือในพื้นที่ขัดแย้งทั้งหมด 9 ครั้ง โดยจำนวนดังกล่าวคิดเป็นครึ่งหนึ่งของจำนวนการโจมตีทั้งหมดซึ่งรายงานในเดือน ก.ย. 69 ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงการโจมตีที่ปรับเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ตลาดยังคงให้น้ำหนักกับอุปทานน้ำมันดิบจากภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังล่าสุด Standard Chartered เผยว่าการส่งออกน้ำมันดิบผ่านภูมิภาคตะวันออกกลางอยู่ที่ราว 16.5 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน ก.ย. 69 ซึ่งถือเป็นระดับใกล้เคียงกับช่วงความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้น โดยการส่งออกดังกล่าวผ่านช่องแคบฮอร์มุซราว 60%เมื่อเทียบกับ 83%ในช่วงก่อนความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้น ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวและความยืดหยุ่นของระบบขนส่งพลังงาน

ขณะที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Kuwait Petroleum Corporation (KPC) เปิดเผยว่าปัจจุบันคูเวตสามารถผลิตน้ำมันดิบได้ที่ระดับราว 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ปรับเพิ่มขึ้นกว่าช่วงเริ่มต้นของความขัดแย้งในเดือน มี.ค. 69 ซึ่งอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าผู้ผลิตในภูมิภาคตะวันออกกลางสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยผ่อนคลายความกังวลต่ออุปทานน้ำมันดิบได้อย่างมีนัยสำคัญ

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Saudi Aramco นายอามิน นัสเซอร์ เผยว่าระดับน้ำมันคงคลังทั่วโลกได้ปรับลดลงสู่ระดับที่น่ากังวล หลังจากถูกนำมาใช้รองรับผลกระทบด้านอุปทานจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลให้ตลาดพลังงานมีความเปราะบางมากขึ้น หากช่องแคบฮอร์มุขยังไม่สามารถกลับมาเปิดดำเนินการได้ตามปกติ โดย CEO Aramco เผยว่าปริมาณน้ำมันคงคลังโลกปรับลดลงจากราว 10,000 ล้านบาร์เรลในช่วงเริ่มต้นความขัดแย้ง เหลือต่ำกว่า 6,000 ล้านบาร์เรล โดยมีน้ำมันเพียงประมาณ 10% ที่สามารถนำออกมาใช้ได้ทันทีในเชิงพาณิชย์

ABOUT THE AUTHOR

กองบรรณาธิการ Energy Time Online

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้