พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)

Last updated: 17 ก.พ. 2564  |  1550 จำนวนผู้เข้าชม  | 

พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)

GC รุกผลิตเม็ดพลาสติกคุณภาพสูงเป็น 35%

นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เปิดเผยทิศทางการดำเนินงานของบริษัทฯ ในปี 2564 ด้วยนโยบาย “แข็งแกร่งจากภายใน สร้างโอกาสใหม่ยุค New Normal” โดยใช้กลยุทธ์ 3 Steps คือ 1.Step Change ที่มีการปรับตัวสร้างความเข้มแข็งทั่วทั้งองค์กร โดยปรับปรุงหน่วยผลิตและโครงสร้างพื้นฐานให้มีความยืดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบ สามารถต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มจากการบริหารจัดการแบบองค์รวมจากโครงการ Map Ta Phut Integration และขยายตลาดสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งในระดับภูมิภาค รวมทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าสูง (High Value Products: HVP) และมีหลากหลายรูปแบบ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและตลาดโลกให้มากขึ้น

2.Step Out แสวงหาโอกาสเพื่อสร้างการเติบโตในธุรกิจใหม่หรือในต่างประเทศ หาโอกาสการเติบโตแบบก้าวกระโดดด้วยการลงทุนในธุรกิจใหม่ในกลุ่ม High Value Business (HVB) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการเติบโต และสามารถทำกำไรในระดับสูง โดยการเข้าซื้อหรือควบรวมกิจการ (M&A) รวมทั้งหาโอกาสทางธุรกิจใหม่โดยใช้ Corporate Venture Capital: CVC เพื่อขยายไปสู่ธุรกิจที่มีความโดดเด่นด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม

และ 3.Step Up มุ่งเน้นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) สร้างสมดุลระหว่างสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) โดยใช้หลัก GC Circular Living เป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การบริหารจัดการน้ำอย่างครบวงจร และการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างบูรณาการ

ทั้งนี้ GC ตั้งเป้าที่จะผลิตผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม HVB มากขึ้นเป็น 35% ในปีนี้ จากปัจจุบันอยู่ที่ 15% โดยมุ่งเน้นไปที่สินค้าที่เป็น Advance Material ต่างๆ ในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า กังหันลม สินค้าไลฟ์สไตล์ และดิจิทัลต่างๆ ซึ่งจะเป็นสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีอัตราการเติบโต และความสามารถในการทำกำไรในระดับสูง ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค

สำหรับผลการดำเนินงานปี 2563 เมื่อเทียบกับปี 2562 บริษัทฯ มีรายได้รวม 326,270 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 200 ล้านบาท และมี Adjusted EBITDA อยู่ที่ 28,579 ล้านบาท ในขณะที่ไตรมาส 4/63 มีรายได้รวม 87,555 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 6,405 ล้านบาท และมี Adjusted EBITDA อยู่ที่ 9,514 ล้านบาท โดยในปีก่อนมีผลกระทบทางบัญชีจากสต๊อกน้ำมันและสินค้าคงเหลือกว่า 7 พันล้านบาท ซึ่งรายได้ที่ลดลงในปี 2563 มาจากราคาขายที่ลดลงในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์จากผลกระทบโควิด-19 ทำให้ความต้องการในการใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ปรับตัวลดลง แต่บริษัทฯ ได้ดำเนินมาตรการต่าง ๆ ทั้งการดำเนินการประหยัดค่าใช้จ่ายและลดต้นทุนการผลิต และการเพิ่มประสิทธิภาพ ทำให้มี Adjusted EBITDA ในระดับที่ดี

ส่วนความคืบหน้าโครงการลงทุนต่าง ๆ GC ขยายธุรกิจเพื่อต่อยอดโครงการลงทุนและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐในการส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมในบริเวณพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยระหว่างปี 2560-2563 ลงทุนไปแล้วกว่า 106,000 ล้านบาท และมีแผนการลงทุนในอนาคตในระยะเวลา 5 ปี (2564-2568) อีกประมาณ 27,000 ล้านบาท

โดยที่ผ่านมามีโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต Olefins Reconfiguration Project (ORP) เพื่อต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นปลาย ขณะนี้การก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการเตรียมการผลิตเชิงพาณิชย์ในเร็ว ๆ นี้
โครงการโพรพิลีนออกไซด์ (PO) และโครงการโพลีออลส์ (Polyols) เพื่อต่อยอดผลิตภัณฑ์โพรพิลีนไปสู่ผลิตภัณฑ์ปลายทางสายโพลียูรีเทน เดินเครื่องผลิตเชิงพาณิชย์เรียบร้อยแล้ว

ซึ่งทั้ง 3 โครงการนี้ ส่งผลให้กำลังการผลิตของ GC เพิ่มขึ้น 8% ต่อปีจากกำลังการผลิตเดิม 2% ก็จะส่งผลต่อผลการดำเนินงานในปี 2564 ให้ดีขึ้นด้วยโดยเฉพาะในส่วนของยอดขายจะเพิ่มขึ้น 8-10%

นอกจากนี้ ยังมีโครงการปรับปรุงโรงโอเลฟินส์หน่วยที่ 2 ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้โพรเพนเป็นวัตถุดิบ และสร้างมูลค่าเพิ่มไปยังธุรกิจปลายน้ำ และช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน คาดว่าจะดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ภายในไตรมาสที่ 1 ของปี 2566

โครงการร่วมลงทุนในธุรกิจเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2565 โครงการขยายกำลังการผลิตเม็ดพลาสติกโพลิเอทิลีนเทเรฟเทเลท (PET) เป็น 200,000 ตันต่อปี คาดว่าจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2564 และโครงการ HMC PP Line Expansion ขยายกำลังการผลิตเม็ดพลาสติกโพลิโพรพิลีน 250,000 ตันต่อปี คาดว่าจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2565

และโครงการพลาสติกรีไซเคิล บริษัท เอ็นวิคโค จำกัด ที่นำบรรจุภัณฑ์ขวดพลาสติกที่ใช้แล้ว มาเป็นวัตถุดิบในกระบวนการรีไซเคิล เพื่อผลิตเม็ดพลาสติกคุณภาพสูงระดับ Food-Grade และ Packaging-Grade คาดว่าจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในปลายปี 2564

สำหรับโครงการปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์ ที่ประเทศสหรัฐฯ อยู่ระหว่างชะลอการลงทุน เนื่องจากกำลังจัดหาพันธมิตรเข้ามาร่วมทุนในโครงการใหม่ คาดว่าจะมีความชัดเจนในช่วงกลางปี 2564

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้