ปตท. จำกัด (มหาชน)

Last updated: 12 พ.ค. 2564  |  1525 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ปตท. จำกัด (มหาชน)

ปตท. พร้อมแข่งขันในธุรกิจก๊าซฯ หลังเปิดเสรี

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ปรับโครงสร้างธุรกิจพร้อมรองรับการแข่งขันในตลาดเสรี โดยจะธุรกิจก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ครบวงจร คาดว่าปีนี้จะมีการนำเข้า LNG ได้กว่า 1 ล้านตัน อีกทั้งคาดการณ์ว่าในปีความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติจะใกล้เคียงกับปี 2562 และเตรียมเข้าสู่ธุรกิจ F&B ผ่านการทำตลาดของ Harumiki ผลิตภัณฑ์จากสตอเบอรี่ที่ปลูกได้จากความเย็นของ LNG คาดว่าจะเปิด Harumiki House สาขาแรกกลางปี 2564

เริ่มจากการแยกสายงานธุรกิจ
นายวุฒิกร สติฐิต รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่กระทรวงพลังงานมีนโยบายเปิดเสรีก๊าซธรรมชาติในประเทศไทย โดยล่าสุดคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้อนุมัติการแข่งขันในธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ระยะที่ 2 ซึ่งจะเปิดให้บริษัทเอกชนรายอื่นที่ได้รับใบอนุญาตจัดหาและนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) หรือ Shipper นำเข้า LNG ได้ ซึ่ง ปตท. พร้อมเข้าสู่การแข่งขันในตลาดก๊าซฯ เสรี โดยอยู่ภายใต้การดำเนินงานไปสู่การเป็น Regional LNG Hub ซึ่งจะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์การการค้า LNG ในภูมิภาคนี้

ที่ผ่านมา ปตท. มีการปรับโครงสร้างการดำเนินงานในธุรกิจก๊าซฯ โดยปรับโครงสร้างสายงานทางธุรกิจแยกส่วนของ Regulate Market กับ Commercial ออกจากกันอย่างชัดเจน ในส่วนของลูกค้าที่มีในปัจจุบันตามสัญญาระยะยาวในการนำเข้า LNG ประมาณ 5.2 ล้านตัน ซึ่ง ปตท.มีลูกค้าเดิมอยู่ก็จะดำเนินการต่อ ส่วนลูกค้าใหม่ก็จะเปิดให้มีการนำเข้า LNG ได้ โดยลูกค้าสามารถเลือกซื้อก๊าซฯ จากที่เป็น LNG นำเข้า หรือจากตลาดรวม (Pool Gas) ที่มีอยู่ในปัจจุบันได้

ทำตลาด LNG เชิงพาณิชย์
ในปีที่ผ่านมา ปตท. ได้เข้าร่วมโครงการ ERC Sandbox ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) โดยเริ่มทำการทดสอบทางเทคนิคต่าง ๆ แล้ว และมีการทดสิบเชิงพาณิชย์ ซึ่งกำลังเข้าสู่ตลาดต่าง ๆ โดยจะต้องดูสภาพตลาด และราคาที่เหมาะสม ซึ่งมีการทดลองส่งออก LNG ในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งในรูปแบบ Iso Tank และทางเรืออย่างต่อเนื่อง โดยส่งออกไปประเทศกัมพูชา เพราะตลาดยังมีความต้องการ ส่วนในประเทศจีนมีการส่งออกแต่ไม่มากนัก เนื่องจากยังมีปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่วนประเทศเมียนมายังเป็นตลาดที่น่าสนใจ จึงยังมองโอกาสอยู่

นอกจากนี้ ในช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา ราคา LNG ในตลาดโลกมีราคาสูงมาก จึงได้มีการนำ LNG จากสัญญาระยะยาวไปขายในต่างประเทศ ทำให้เกิดประโยชน์จากการขายเป็นเงินกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งเงินในส่วนนั้นได้มีการส่งคืนเข้าระบบไปลดราคาก๊าซฯ ในการผลิตไฟฟ้า ยังมีการนำเข้า LNG จากตลาดจร (Spot) เข้ามาในช่วงที่มีราคาต่ำ โดยนำเข้าจากตลาดจรในปีที่ผ่านมามีราคาเฉลี่ยเพียง 2.5 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู ทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าลดลง โดย ปตท. ได้พยายามบริหารในเรื่องการจัดหา นำเข้า และส่งออก ให้มีประโยชน์กับประเทศไทยมากที่สุด

โดยสัญญาระยะยาวที่มีอยู่ 5.2 ล้านตันต่อปี ทั้งหมด 4 สัญญา ทุกฉบับทำให้มีช่วงเวลาใกล้เคียงกันหมด และราคา LNG ของสัญญาระยะยาววันนี้ก็ใกล้เคียงกับ Pool Gas ส่วนราคา Spot LNG ส่งมอบเดือนมิถุนายน 2564 ประมาณ 10 เหรียญต่อล้านบีทียู ซึ่งสูงกว่าสัญญาระยะยาวในขณะนี้

ความต้องการใช้ก๊าซฯ ในปีนี้
สำหรับความต้องการใช้ก๊าซฯ ของประเทศในปีนี้ คาดว่าจะอยู่ที่เฉลี่ยประมาณ 4,700-4,800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ซึ่งจะใกล้เคียงกับปี 2562 โดยในไตรมาส 1 ปีนี้ ความต้องการใช้ก๊าซฯ เฉลี่ยประมาณ 4,600 ล้าน ลบ.ฟุตต่อวัน สูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 7-8% โดยในปี 2563 ที่มีการใช้ก๊าซฯ เฉลี่ยอยู่ที่ 4,300-4,400 ล้าน ลบ.ฟุตต่อวัน

ส่วนในไตรมาส 2 นี้ ช่วงเดือนเมษายน การใช้ก๊าซฯ ลดลง แต่ยังไม่แน่ใจว่ามีสาเหตุมาจากการระบาดของโควิด-19 หรือไม่ เพราะในช่วงเดือนนี้เป็นช่วงที่มีวันหยุดเยอะ ดังนั้น ปตท. กำลังประเมินผลกระทบจากโควิด-19 ก่อน โดยเฉพาะในส่วนของการท่องเที่ยวและการบริการ อาจจะมีผลกระทบบ้าง แต่ในส่วนของการใช้ก๊าซฯ ในการผลิตไฟฟ้าและโรงงานอุตสาหกรรมยังเติบโตได้ดี

ประเทศไทยอาจจะต้องนำเข้า LNG ถึง 1 ล้านตันในปีนี้
จากข้อมูลของ ปตท. มีการคาดการณ์ว่า ภาพรวมความต้องการใช้ LNG รวมในปีนี้ จะอยู่ที่ 6-6.5 ล้านตัน ดังนั้น จะมีส่วนเกินจากสัญญาระยะยาว 5.2 ล้านตัน ที่ต้องนำเข้าเพิ่มขึ้นประมาณกว่า 1 ล้านตัน ซึ่งในส่วนนี้อาจจะเป็นการนำเข้าจากผู้นำเข้ารายอื่น อย่างไรก็ตาม ปริมาณการนำเข้าที่ชัดเจนจะเป็นเท่าไร ขึ้นอยู่กับการหารือของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กกพ. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ ปตท. ที่จะพิจารณาร่วมกัน โดยคาดว่าจะนำเข้า LNG ได้ในช่วงไตรมาส 3 นี้ ส่วนไตรมาส 4 อาจดำเนินการได้ยาก เนื่องจากเป็นช่วงที่ต่างประเทศมีความต้องการใช้ก๊าซฯ สูง อาจส่งผลต่อราคา Spot LNG

ความร่วมมือกับพันธมิตรยังเดินหน้า
สำหรับความร่วมมือกับ กฟผ. ในธุรกิจก๊าซฯ กพช. มีมติให้ ปตท. และ กฟผ. ร่วมลงทุนในโครงการก่อสร้างคลังรับจ่ายและแปรสภาพก๊าซฯ (LNG Terminal) ที่หนองแฟบ จ.ชลบุรี ในสัดส่วนฝ่ายละ 50% ซึ่ง ปตท. และ กฟผ. ยังได้มีการศึกษาร่วมกันในการทำโครงการ LNG Terminal ในภาคใต้ ที่ กฟผ. จะต้องก่อสร้างโรงไฟฟ้าสุราษฎร์ธานี กำลังการผลิต 1,400 เมกะวัตต์ และยังมีโรงไฟฟ้าขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งคาดว่าจะมีความต้องการใช้ LNG ประมาณ 3-5 ล้านตันต่อปี ซึ่งจะต้องมีการขออนุมัติโครงการภายในปีนี้หรือปีหน้า

สำหรับความร่วมมือกับ บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SGP ก็มีความร่วมมือในการส่งออกก๊าซไปในตลาดจีน และยังมองหาโอกาสในการทำตลาดอื่น ๆ เพิ่มเติม

นอกจากนี้ ยังมีข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ในการมองโอกาสในการขยายธุรกิจก๊าซฯ ร่วมกัน ซึ่งทางบ้านปูได้เข้าไปลงทุนในแหล่งก๊าซฯ ปตท. ก็มองโอกาสในการลงทุนใน LNG แต่ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษา

เดินหน้าลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจ
นายวุฒิกร กล่าวถึงการลงทุนของกลุ่มธุรกิจก๊าซฯ ในปีนี้ว่า จะมีการก่อสร้างโรงแยกก๊าซฯ แห่งใหม่ (แห่งที่ 7) เพื่อทดแทนโรงแยกก๊าซฯ แห่งที่ 1 คาดว่าจะลงทุนประมาณ 1 หมื่นล้านบาท จะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2566-2567 โครงการระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบกจากบางปะกงไปโรงไฟฟ้าพระนครใต้เพื่อรองรับโรงไฟฟ้าตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (พีดีพี) เงินลงทุนประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะก่อสร้างเสร็จในปี 2568 โครงการก่อสร้าง LNG Terminal 2 (หนองแฟบ) เงินลงทุนประมาณ 3.85 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2565 และการก่อสร้างโครงการท่อส่งก๊าซฯ เส้นที่ 5 เงินลงทุนประมาณ 1.72 หมื่นล้านบาท

ปตท. ลุย EV ในปั๊ม NGV
นายวุฒิกร ยังได้พูดถึงการนำสถานีบริการก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) มาปรับรูปแบบรองรับกับกระแสยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังมา โดยจะเพิ่มสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในสถานีบริการ NGV เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้รถแท็กซี่ ที่เป็นลูกค้าอยู่แล้ว เนื่องจากปัจจุบันผู้ประกอบการรถแท็กซี่ได้เริ่มปรับมาเป็น EV Taxi บ้างแล้ว จะเริ่มดำเนินการที่สถานีบริการ NGV ที่กำแพงเพชร 2 เป็นที่แรก โดยในสถานีบริการ NGV จะมีสินค้าและบริการอื่น ๆ ที่เป็นผลิตภัณฑ์ของ ปตท. เช่น ร้านไอศรีม กะทิสด สเตชั่น มีการบริการเปลี่ยนแบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า โดยตั้งเป้าจะปรับรูปแบบสถานี NGV ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลก่อนจำนวน 10 สถานี คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ไตรมาส 3 ปีนี้ ก่อนขยายเพิ่มเติม ปัจจุบัน ปตท. มีสถานีบริการ NGV ประมาณ 300-400 แห่ง

Harumiki House กำลังจะมา
สตรอว์เบอร์รี่ ซึ่ง ปตท. ปลูกได้จากความเย็นของ LNG ที่ชื่อ Harumiki กำลังเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ ปตท. จะทำการตลาด โดยเตรียมเปิดร้านฮารุมิกิ เฮาส์ (Harumiki House) สาขาแรกที่ ปตท.สำนักงานใหญ่ ซึ่งจะร้านจัดจำหน่ายเครื่องดื่มและเบเกอรี่ ซึ่งจะมีสตรอว์เบอร์รีสด และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น เครื่องดื่ม ขนม ครีมทามือ แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ ที่ทำจากสตรอว์เบอร์รี่ เป็นต้น คาดว่าจะเปิดสาขาแรกในช่วงกลางปี 2564 นี้ และสาขา 2 ที่ พีทีที สเตชั่น สาขามาบข่า จ.ระยอง

ทั้งหมดนี้เป็นการปรับตัวของกลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติของ ปตท. เพื่อรองรับการแข่งขันเสรีที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทำให้ ปตท. มีความพร้อมในทุกด้านและยังเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับ ปตท. รวมทั้งยังต้องการใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่ให้มากที่สุด มาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ ปตท. และยังมองเห็นทิศทางการดำเนินธุรกิจก๊าซฯ ที่วันนี้ไม่เพียงแต่จะทำธุรกิจหลักเท่านั้น แต่ยังต้องมีการต่อยอดจากผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่หลากหลาย จึงเชื่อว่าในอนาคตจะได้เห็นการทำธุรกิจก๊าซฯ ของ ปตท. ในรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ามากขึ้น และครบวงจรมากขึ้น

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Energy Wake Up

21 พ.ค. 2569

Energy Wake Up

19 พ.ค. 2569

Energy Wake Up

22 พ.ค. 2569

Energy Wake Up

20 พ.ค. 2569

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้