Last updated: 13 พ.ค. 2564 | 776 จำนวนผู้เข้าชม |
GC กำไรไตรมาส 1 ทะลัก เกือบ 1 หมื่นล้านบาท
นางสาวภัทรลดา สง่าแสง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและบัญชี บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เปิดเผยถึง ผลประกอบการในไตรมาส 1 ปี 2564 มีรายได้จากการขายรวม 101,864 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 16% จากไตรมาส 4 ปี 2563 และเพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาส 1 ปี 2563 เป็นผลมาจากราคาขายของทุกผลิตภัณฑ์ที่ปรับขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง จากความต้องการผลิตภัณฑ์ที่มากขึ้นตามสภาพเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้น และราคาน้ำมันมันดิบดูไบที่ปรับเพิ่มขึ้น รวมทั้งมีปริมาณการขายเพิ่มขึ้นจากการปิดซ่อมบำรุงตามแผนที่น้อยกว่าในไตรมาส 1 ปี 2563 ทำให้มีกำไรจากการดำเนินงานปกติ (ไม่รวมผลกำไรจากสต๊อกน้ำมันและการกลับรายการมูลค่าสุทธิที่จะได้รับของสินค้าคงเหลือให้เท่ากับมูลค่าสุทธิ ที่จะได้รับผลขาดทุนทางบัญชีจากอัตราแลกเปลี่ยน ผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์เพื่อประกันความเสี่ยง และรายการพิเศษอื่น ๆ) ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 8,769 ล้านบาท โดยมี Adjusted EBITDA อยู่ที่ 14,108 ล้านบาท
ซึ่งเมื่อพิจารณารวมถึงผลจากการที่บริษัทฯ รับรู้ผลกำไรจากสต๊อกน้ำมันและการกลับรายการมูลค่าสุทธิที่จะได้รับของสินค้าคงเหลือให้เท่ากับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (Stock Gain Net Reversal of NRV) เป็นกำไรรวม 2,296 ล้านบาท ผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์เพื่อประกันความเสี่ยง 226 ล้านบาท และผลขาดทุนทางบัญชีจากจากอัตราแลกเปลี่ยน 1,144 ล้านบาท ส่งผลให้ในไตรมาส 1 ปี 2564 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิรวม 9,695 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% จากไตรมาส 4 ปี 2563 และเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1 ปี 2563 ที่มีการขาดทุนสุทธิ 8,784 ล้านบาท
ซึ่งในไตรมาสนี้กลุ่มผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์และกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องมีผลประกอบการที่ดีขึ้น สาเหตุจากราคาผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกโพลีเอทิลีน (PE) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า 19% และสูงกว่าไตรมาส 1 ปี 2563 ถึง 45% ส่งผลให้กลุ่มผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์และกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องมี Adjusted EBITDA Margin ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 26% เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4 ปี 2563 และไตรมาส 1 ปี 2563
ในส่วนของธุรกิจโรงกลั่น สภาพตลาดโดยรวมปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า จากความมีประสิทธิภาพของการควบคุมการแพร่ระบาดในหลายประเทศ ส่งผลให้ความต้องการในการใช้น้ำมันปรับตัวดีขึ้น โดยบริษัทฯ ยังคงปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันอากาศยานและเปลี่ยนไปผลิตเป็นน้ำมันดีเซลตามภาวะความต้องการน้ำมันอากาศยานที่ลดลง ส่งผลให้ธุรกิจโรงกลั่นมีค่าการกลั่น (GRM) อยู่ที่ 3.17 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า แต่ปรับตัวลดลงจากไตรมาส 1 ปี 2563
สำหรับธุรกิจอะโรเมติกส์มีส่วนต่างผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ อยู่ที่ 142 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน ตามทิศทางความต้องการการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปรับตัวดีขึ้น แต่ลดลงจากไตรมาส 1 ปี 2563 สาเหตุหลักมาจากราคาวัตดุดิบคอนเดนเสทปรับตัวเพิ่มขึ้นตามราคมน้ำมันดิบและปรับตัวขึ้นในอัตราส่วนที่สูงกว่าราคาผลิตภัณฑ์
บริษัทฯ มีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนที่บริษัทฯ รับรู้จำนวน 1,900 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4 และไตรมาส 1 ปี 2563 เป็นผลจากผลประกอบการในทุกบริษัทร่วมค้าและบริษัทร่วมดีขึ้น โดยเฉพาะบริษัทในกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมี
28 พ.ค. 2569
28 พ.ค. 2569
28 พ.ค. 2569
28 พ.ค. 2569