Last updated: 23 ก.ค. 2564 | 954 จำนวนผู้เข้าชม |
สนพ.เผยราคาน้ำมันดิบชะลอตัวลง
นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มชะลอตัวลง หลังตลาดคลายความกังวลเรื่องอุปทานน้ำมันดิบตึงตัว จากซาอุดิอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) สามารถเจรจาข้อตกลงเบื้องต้นในการปรับเพิ่มระดับการผลิตน้ำมันดิบอ้างอิงของ UAE อย่างไรก็ตามซาอุฯ และ UAE ยังไม่มีการนัดวันประชุมกับสมาชิกชาติอื่นในกลุ่มโอเปกพลัส เพื่อหารือเกี่ยวกับนโยบายการเพิ่มกำลังการผลิตของกลุ่มอย่างเป็นทางการ ประกอบกับตลาดยังคงกังวลต่อการฟื้นตัวของอุปสงค์ในภูมิภาคเอเชีย หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อยังคงปรับเพิ่มสูงขึ้นในหลายพื้นที่ โดยกรุงโตเกียวได้กลับมาดำเนินมาตรการที่เกี่ยวข้องกับโรคระบาดก่อนเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ขณะที่อินโดนีเซียประกาศขยายพื้นที่ล็อคดาวน์ ส่วนมาเลเซีย ไทย และเกาหลีใต้ได้มีการประกาศมาตรการเข้มงวดทางสังคมเพื่อลดการแพร่ระบาด อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันยังคงผันผวนและได้รับแรงหนุนหลังสำนักงานพลังงานสากล (IEA) คาดการณ์ว่าความต้องการน้ำมันทั่วโลกมีทิศทางปรับตัวสูงขึ้นตลอดช่วงระยะเวลา เนื่องจากอัตราการฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้น การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคไวรัสโควิด-19 และคาดการณ์อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจทั่วโลกอาจดีขึ้น
ภาพรวมสถานการณ์ราคาน้ำมันโลก (วันที่ 12-18 กรกฎาคม 2564) ราคาน้ำมันดิบดูไบ และเวสต์เท็กซัส เฉลี่ยอยู่ที่ 73.39 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และ 73.19 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล โดยทรงตัวจากสัปดาห์ก่อน ทั้งนี้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของอุปทานน้ำมันดิบ จากการบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นระหว่างซาอุดิอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในการปรับเพิ่มกำลังการผลิต อย่างไรก็ตามทางกลุ่มโอเปกพลัสจะจัดประชุมอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
อีกทั้งตลาดยังคงกังวลต่อการฟื้นตัวของอุปสงค์ในภูมิภาคเอเชีย หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสายพันธุ์เดลตา ยังคงปรับเพิ่มสูงขึ้นในหลายพื้นที่ ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันยังถูกกดดันจากจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ล่าสุดนครลอสแอนเจลิสได้กลับมาใช้มาตรการบังคับสวมหน้ากากอนามัยภายในอาคารอีกครั้ง มีผลบังคับใช้วันที่ 17 กรกฎาคม 2564 หลังจากมีผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ประเทศออสเตรเลียประกาศขยายเวลาล็อคดาวน์ในเมืองซิดนีย์อีก 14 วัน หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อยังคงเพิ่มสูงขึ้นแม้ว่าจะมีการใช้มาตรการล็อคดาวน์ระดับสูงสุดแล้วก็ตาม
สำหรับสถานการณ์ราคาก๊าซธรรมชาติเหลว ในตลาดจร (Spot LNG) ช่วงระหว่างวันที่ 5-9 กรกฎาคม 2564 เฉลี่ยในสัปดาห์นี้ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อน 0.039 เหรียญสหรัฐ/ล้านบีทียู มาอยู่ที่ 13.414 เหรียญสหรัฐฯ/ล้านบีทียู ตามความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติในภูมิภาคยุโรป เนื่องจากราคา Carbon Credit ส่งผลกระทบต่อราคา Spot LNG ทำให้เกิดความผันผวนในทิศทางเดียวกันตลอดทั้งสัปดาห์ ประกอบกับปริมาณความต้องการใช้ LNG จากภูมิภาคเอเชีย และอเมริกาใต้เป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญของราคา Spot LNG ให้คงตัวในระดับสูง
ทั้งนี้ มีรายงานราคาก๊าซธรรมชาติภายในประเทศออสเตรเลียปรับเพิ่มขึ้นสูงที่สุดในรอบ 5 ปี จากปัจจัยสำคัญ อาทิ อากาศที่หนาวเย็นจัด การซ่อมบำรุงของแหล่งก๊าซฯ Longford ในรัฐวิกตอเรีย โรงไฟฟ้าถ่านหินหยุดการเดินเครื่องกะทันหัน และปริมาณสำรองก๊าซฯ ที่ลดลง ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบทำให้ผู้ผลิต LNG จากโครงการในประเทศออสเตรเลียฝั่งตะวันออก อาจพิจารณาลดกำลังการผลิต LNG และขายก๊าซฯให้กับตลาดในประเทศออสเตรเลียทดแทน ประกอบกับพายุฝนที่ตกต่อเนื่องในประเทศญี่ปุ่น ส่งผลทำให้ความสามารถในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ปรับลดลง และผู้ซื้อ LNG ในประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะผู้ซื้อจากภาคตะวันตกของประเทศต้องเข้าจัดหา Spot LNG เพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้าทดแทนไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์
สำหรับฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 18 กรกฎาคม 2564 กองทุนน้ำมันมีสินทรัพย์รวม 49,293 ล้านบาท หนี้สินกองทุนฯ 32,612 ล้านบาท ทั้งนี้ฐานะกองทุนน้ำมันสุทธิ 16,681 ล้านบาท แยกเป็นบัญชีน้ำมัน 30,979 ล้านบาท และบัญชี LPG ติดลบ 14,298 ล้านบาท
20 ก.พ. 2569
20 ก.พ. 2569
20 ก.พ. 2569
20 ก.พ. 2569