Last updated: 29 ก.ค. 2564 | 1173 จำนวนผู้เข้าชม |
TOP เข้าซื้อหุ้น PT Chandra Asri Petrochemical ในอินโดนีเซีย
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จํากัด เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ปตท. เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2564 และการประชุมพิเศษ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2564 มีมติสนับสนุน บริษัท ไทยออยล์ จํากัด (มหาชน) หรือ TOP ในการเข้าซื้อหุ้นของ PT Chandra Asri Petrochemical Tbk ซึ่งเป็นผู้ผลิตปิโตรเคมีรายใหญ่ ของประเทศอินโดนีเซีย นอกจากนี้ยังมีมติสนับสนุนแผนการจัดหาเงินทุนสำหรับการปรับโครงสร้างทางการเงินระยะยาวของ TOP
โดยการลงทุนครั้งนี้จะเพิ่มโอกาสให้ TOP ในการต่อยอดและเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ ซึ่งสอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ในการเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันของกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย ของกลุ่ม ปตท.
ทางด้าน นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ใช้สิทธิการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนตามสัดส่วนการลงทุน ใน PT Chandra Asri Petrochemical Tbk (CAP) ซึ่งเป็นผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ครบวงจรรายใหญ่ที่สุดของประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดปิโตรเคมีที่ใหญ่ที่สุด และมีการเติบโตสูงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีโรงงานผลิตเคมีภัณฑ์ครบวงจร ประกอบไปด้วย เทคโนโลยีและโรงงานระดับโลกที่ทันสมัย และเป็นผู้ดำเนินกิจการโรงงานแยกแนฟทา (Naphtha Cracker) เพียงแห่งเดียวในอินโดนีเซีย ที่ทำการผลิตโอเลฟินส์ (Olefins) และโพลิโอเลฟินส์ (Polyolefins) คุณภาพสูง อีกทั้งยังเป็นผู้ผลิตสไตรีนโมโนเมอร์ (Styrene Monomer) และบิวทาไดอีน (Butadiene) เพียงแห่งเดียวในอินโดนีเซีย โดยบริษัทฯ จะลงทุนผ่านบริษัทย่อยที่จัดตั้งขึ้นใหม่ คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 15.38% ของหุ้นทั้งหมดของ CAP
สำหรับเงินลงทุนของบริษัทฯ จะนำไปใช้เฉพาะเพื่อการพัฒนาและก่อสร้างโรงงานปิโตรเคมี ซึ่งจะก่อสร้างโดย PT Chandra Asri Perkasa (CAP2) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่มี CAP เป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว โดยที่ผู้ถือหุ้นหลักของ CAP ได้แก่ PT Barito Pacific Tbk, Marigold Resources Pte. Ltd. และ Pak Prajogo Pangestu (กลุ่ม Barito) และบริษัท เอสซีจีเคมิคอลส์ จำกัด ได้ให้การสนับสนุนการเพิ่มทุนของ CAP และการพัฒนาและก่อสร้างโรงงานปิโตรเคมีของ CAP2 อย่างเต็มที่ ด้วยเหตุนี้กลุ่ม Barito จึงจะโอนสิทธิในการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนตามสัดส่วนให้แก่บริษัทฯ ในขณะที่ เอสซีจีเคมิคอลส์ จะใช้สิทธิในการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนตามสัดส่วนของตน สำหรับเงินทุนบางส่วนที่จะใช้สำหรับการลงทุนในหุ้นจะมาจากที่บริษัทฯ ได้เข้าทำสัญญาสินเชื่อกับ ปตท.
โดยคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติการเข้าลงทุนในหุ้น โดยมีมูลค่ารวมไม่เกิน 1,183 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 39,116 ล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยน ณ 27 กรกฎาคม 2564 เท่ากับ 33.0652 บาท ต่อ 1 เหรียญสหรัฐฯ) สำหรับหุ้นในสัดส่วนไม่เกิน 15.38% ของหุ้น CAP ทั้งหมดที่ออกและจำหน่ายได้แล้ว
ซึ่งการทำธุรกรรมการลงทุนในหุ้น จะต้องดำเนินการผ่านการใช้สิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนตามสัดส่วน (Rights Offering) โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 1.บริษัทฯ จะเข้าซื้อหุ้นในสัดส่วน 15% ของหุ้นทั้งหมดของ CAP ในราคาไม่เกิน 914 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 30,222 ล้านบาท ด้วยวิธีการจองซื้อหุ้นใหม่ตามการใช้สิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนตามสัดส่วนใน CAP โดยเข้าซื้อสิทธิจาก PT Barito Pacific Tbk, Marigold Resources Pte Ltd. และ Mr. Prajogo Pangestu ผู้ถือหุ้นรายใหญ่เดิม และจะใช้สิทธิสูงสุดตามจำนวนสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่บริษัทฯ มีสิทธิ โดยจำนวนหุ้นทั้งหมดที่ซื้อจะขึ้นอยู่กับการจองซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นทั้วไปของ CAP
2.เข้าซื้อโดยบริษัทฯ จำทำหน้าที่เป็นผู้ซื้อสำรองในการใช้สิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนตาม สัดส่วน (Standby Purchaser) เพื่อเข้าซื้อและใช้สิทธิทั้งหมดที่ยังไม่ได้ใช้
และ 3.เข้าซื้อหุ้นเดิม (Secondary Share) มาจาก Mr. Prajogo Pangestu ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นเดิมของ CAP ในกรณีที่บริษัทฯ ต้องลงทุนเพิ่มเติม (Top Up) ทั้งนี้ เพื่อให้บริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วน 15% ของหุ้นทั้งหมดของ CAP
สำหรับสัดส่วนที่แน่นอนในการเข้าซื้อหุ้นของบริษัทฯ ผ่านการใช้สิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนตามสัดส่วน และจาก Mr. Prajogo Pangestu นั้น จะขึ้นอยู่กับการจองซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นทั้งไปของ CAP นอกจากนี้ภายในระยะเวลา 5 ปีนับจากวันที่ทำธุรกรรมสิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนตามสัดส่วนแล้วเสร็จ บริษัทฯ จะเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนเพิ่มเติมในสัดส่วน 0.38% ของหุ้นทั้งหมดของ CAP หาก CAP มีการอนุมัติการลงทุนในการพัฒนาและก่อสร้างโรงงานปิโตรเคมีของ CAP2 ภายในระยะเวลา 5 ปีนับจากวันที่ทำธุรกรรมสิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนตามสัดส่วนแล้วเสร็จ ค่าหุ้นจะมีมูลค่าทั้งสิ้นไม่เกิน 270 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 8,928 ล้านบาท หรือหากไม่มีการอนุมัติการลงทุนภายใน 5 ปี นับจากวันที่ทำธุรกรรมสิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนตามสัดส่วนแล้วเสร็จ ค่าหุ้นจะมีมูลค่าทั้งสิ้นไม่เกิน 3.9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 129 ล้านบาท
คณะกรรมการบริษัทฯ ยังได้อนุมัติการจัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ในอินโดนีเซีย ซื้อจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2564 เพื่อเข้าซื้อหุ้นใน CAP ชื่อบริษัท PT TOP Investment Indonesia มีทุนจดทะเบียน 10,000,000,000 รูเปียห์อินโดนีเซีย หรือเท่ากับประมาณ 700,000 เหรียญสหรัฐฯ โดย TOP ถือหุ้น 99.90% และบริษัท ไทยออยล์ศูนย์บริหารเงิน จำกัด ถือหุ้น 0.10%
5 เม.ย 2569
7 เม.ย 2569
5 เม.ย 2569
5 เม.ย 2569