ปตท. จํากัด (มหาชน)

Last updated: 11 ส.ค. 2564  |  897 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ปตท. จํากัด (มหาชน)

ปตท.เผยกำไร Q2 โตกว่า 100%

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) หรือ ปตท. เปิดเผยว่า ปตท.ได้รายงานผลการดําเนินงานไตรมาส 2/2564 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)ว่า ในไตรมาส 2/ 2564 ปตท. และบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายจํานวน 533,256 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/2564 ร้อยละ 11.6 เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2/2563 ร้อยละ 56.2 เนื่องจากราคาขายเฉลี่ยและปริมาณขายเพิ่มขึ้นเกือบทุกกลุ่มธุรกิจ

ส่งผลให้ปตท. และบริษัทย่อยมีกําไรจากการดําเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจําหน่าย ต้นทุน ทางการเงิน และภาษีเงินได้ (EBITDA) จํานวน 113,166 ล้านบาท เพิ่มขึ้น ร้อยละ 9.9 จากไตรมาส 1/2564 และเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 100.0 จาก 2/2563 เนื่องจากผลการดําเนินงานที่ดีขึ้นของธุรกิจสํารวจและผลิตปิโตรเลียมที่ปรับเพิ่มขึ้นตามปริมาณขาย เฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น โดยหลักจากการเข้าซื้อโครงการโอมาน แปลง 61 ในเดือนมีนาคม 2564 และโครงการมาเลเซีย-แปลง เอช ที่เริ่มผลิตก๊าซธรรมชาติในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 รวมถึงราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ํามันและก๊าซฯที่ ปรับตัวสูงขึ้น

และการปรับตัวดีขึ้นของธุรกิจปิโตรเคมีที่มีส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีกับวัตถุดิบทั้งสายโอเลฟินส์และอะโรเมติกส์ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงธุรกิจการกลั่นที่ปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลจากกําไรสต๊อกน้ํามันที่เพิ่มขึ้นประมาณ 7,000 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามราคาน้ํามันดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น แม้ว่ากําไรขั้นต้นจากการกลั่น(MarketGRM)ทรงตัวที่1.6เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่งผลให้กําไรขั้นต้นจากการกลั่นรวมผลกระทบจากสต๊อกน้ํามัน (Accounting GRM) ปรับเพิ่มขึ้นจาก ขาดทุน 1.6 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ใน 2/2563 เป็นกําไร 4.4 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ใน 2/2564

ส่วนกลุ่มธุรกิจอื่นๆ เช่น ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ และธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น ผลการดําเนินงานยังคงแข็งแกร่งตามรายได้ที่ปรับเพิ่มขึ้นจากราคาขายเฉลี่ยและปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น แม้ว่ากําไรจากสต็อกน้ํามันของกลุ่ม ปตท. ปรับลดลงประมาณ 4,000 ล้านบาท ตามราคาน้ํามันดิบที่ปรับลดลง

ทั้งนี้ ปตท. และบริษัทย่อย มีกําไรสุทธิ 24,578 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 24.6 จากไตรมาส 1/2564 ส่วนใหญ่เป็นการรับรู้การขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุนในการร่วมค้าของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จํากัด (มหาชน) หรือ GC ประมาณ 1,500 ล้านบาท ขณะที่ใน 1/2564 มีการรับรู้กําไรจากการซื้อธุรกิจในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรมของ โครงการโอมาน แปลง 61 ประมาณ 7,000 ล้านบาท และการตัดจําหน่ายสินทรัพย์ที่เกิดจากการสํารวจและประเมินค่าบางส่วนของ โครงการสํารวจปิโตรเลียมในประเทศบราซิล ประมาณ 2,900 ล้านบาท ของบริษัท ปตท. สํารวจและผลิตปิโตรเลียม จํากัด (มหาชน) หรือ PTTEP รวมทั้งขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ที่เพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้ แต่เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2563 มีกำไรเพิ่มขึ้นร้อยละ 100 ตาม EBITDA ที่เพิ่มสูงขึ้น

ส่วนผลการดําเนินงานครึ่งแรกของปี 2564 เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563 ปตท. และบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายจํานวน 1,011,093 ล้าน บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.6 ส่งผลให้ปตท. และบริษัทย่อยมีกําไรสุทธิในครึ่งปีแรกจํานวน 57,166 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 100 ตาม EBITDA ที่เพิ่มขึ้น โดยปรับเพิ่มขึ้นจากเกือบทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งจากราคาขายเฉลี่ยและปริมาณขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวจากปีก่อน ส่งผลให้ปตท. และบริษัทย่อยมี EBITDA จํานวน 216,163 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 100 โดยมาจากกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่นที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งเป็นผลจากธุรกิจการ กลั่นที่มีกําไรสต๊อกน้ํามันประมาณ 21,000 ล้านบาท ตามราคาน้ํามันดิบที่ปรับเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2563 เทียบกับขาดทุนจากสต๊อกน้ํามันประมาณ 30,000 ล้านบาท ประกอบกับ Market GRM ที่เพิ่มขึ้นจาก 1.1 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรลเป็น 1.7 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

รวมถึงผลการดําเนินงานของธุรกิจปิโตรเคมี ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นตามส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีกับวัตถุดิบสายโอเลฟินส์และอะโรเมติกส์โดยรวมที่ปรับสูงขึ้น ในส่วนของกลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติมีผลการดําเนินงานเพิ่มขึ้น จากธุรกิจโรงแยกก๊าซฯ ตามราคาขายเฉลี่ย และปริมาณขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น รวมทั้งปริมาณขายก๊าซฯและราคาขายลูกค้าอุตสาหกรรมที่อ้างอิงราคาน้ํามันเตาที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับต้นทุนค่าเนื้อก๊าซที่ปรับลดลง ส่งผลให้ธุรกิจจัดหาและจัดจําหน่ายก๊าซฯ มีผลการดําเนินงานที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ผลการดําเนินงานของธุรกิจสํารวจและผลิตปิโตรเลียมปรับเพิ่มขึ้นตามปริมาณขายและราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น สําหรับกลุ่มธุรกิจน้ํามันมีผลการดําเนินงานเพิ่มขึ้นเช่นกันจากกําไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น แม้ปริมาณขายโดยรวม จะปรับตัวลดลงโดยหลักจากน้ํามันอากาศยานที่ปริมาณขายยังไม่ฟื้นตัวกลับมาเท่าในช่วงก่อนการแพร่ระบาดของ COVID-19

สำหรับสถานะการเงินของ ปตท. และบริษัทย่อยปัจจุบันมีสินทรัพย์รวม 2,823,897 ล้าน บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 จากปี 2563

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้