สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน

Last updated: 16 ส.ค. 2564  |  864 จำนวนผู้เข้าชม  | 

สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน

สนพ. คาดการณ์การใช้พลังงานในปีนี้ เพิ่มขึ้นเพียง 0.1%

สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เผยครึ่งปีแรกยอดใช้พลังงานขั้นต้นเพิ่ม 2.8% จากเศรษฐกิจที่เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวในช่วงต้นปี ส่วนการใช้พลังงานทั้งปีคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.1% ตามภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวโดยเฉพาะอย่างยิ่งสาขาการผลิตเพื่อการส่งออก แต่ในภาคการท่องเที่ยวยังมีปัญหา ส่วนการใช้น้ำมันคาดว่าจะลดลงในขณะที่พลังงานประเภทอื่นการใช้จะเพิ่มขึ้น

นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์พลังงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2564 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2563 การใช้พลังงานขั้นต้น อยู่ที่ 2,068 พันบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้น 2.8% จากการใช้ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน/ลิกไนต์ ไฟฟ้าพลังน้ำและไฟฟ้านำเข้า เพิ่มขึ้นตามสภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว ในขณะที่การใช้น้ำมันลดลงเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งภาครัฐมีมาตรการต่าง ๆ อาทิ การทำงานจากที่บ้าน (Work From Home) การประกาศพื้นที่ควบคุมสูงสุดและการจำกัดการเดินทางข้ามจังหวัด เป็นต้น ส่งผลอย่างชัดเจนต่อการใช้น้ำมันในสาขาขนส่ง

โดยพบว่าการใช้น้ำมันสำเร็จรูป เฉลี่ยอยู่ที่ 122.4 ล้านลิตรต่อวัน ลดลง 3.9% ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอก 3 ในเดือนเมษายน 2564 และจากมาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด อาทิ Work From Home และจำกัดการเดินทางข้ามจังหวัดต่อเนื่องมาจนถึงเดือนมิถุนายน โดยการใช้น้ำมันดีเซล เฉลี่ยอยู่ที่ 64.9 ล้านลิตรต่อวัน ลดลง 1.1% เนื่องจากการขนส่งลดลงในช่วงดังกล่าว การใช้น้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล เฉลี่ยอยู่ที่ 29.7 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้น 0.2% เนื่องจากการใช้เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติในไตรมาสแรกของปี 2564 และลดลงอย่างชัดเจนภายหลังการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในระลอก 3 สำหรับการใช้น้ำมันเครื่องบิน เฉลี่ยอยู่ที่ 4.8 ล้านลิตรต่อวัน ลดลง 53% เนื่องด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการบินอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเที่ยวบินระหว่างประเทศที่ลดลงอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง

การใช้ LPG โพรเพน และบิวเทน อยู่ที่ 3,036 พันตัน เพิ่มขึ้น 8.7% จากเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มฟื้นตัวและฐานการใช้ที่ต่ำมากกว่าปกติในปี 2563 โดยการใช้ในภาคปิโตรเคมี อยู่ที่ 1,316 พันตัน เพิ่มขึ้น 21.2% ภาคครัวเรือน อยู่ที่ 1,019 พันตัน เพิ่มขึ้น 3.8% ภาคขนส่ง อยู่ที่ 323 พันตัน ลดลง 12% ซึ่งลดลงมาอย่างต่อเนื่องจากการที่ผู้ใช้รถยนต์ LPG บางส่วนหันมาใช้น้ำมันทดแทน ประกอบกับข้อจำกัดในการเดินทางตามมาตรการของรัฐ ส่วนภาคอุตสาหกรรม อยู่ที่ 335 พันตัน เพิ่มขึ้น 13.1%

การใช้ก๊าซธรรมชาติ เฉลี่ยอยู่ที่ 4,633 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เพิ่มขึ้น 4.1% โดยการใช้ก๊าซฯ เพิ่มขึ้นเกือบทุกสาขาเศรษฐกิจยกเว้นการใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ (NGV) การใช้เพื่อผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 3.9% ตามความต้องการใช้ไฟฟ้าที่มีแนวโน้มฟื้นตัวจากการใช้ไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม เพิ่มขึ้น 7.2% และการใช้เป็นเชื้อเพลิงในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เพิ่มขึ้น 6% ตามการส่งออกที่ขยายตัวได้ดี ขณะที่การใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ (NGV) ลดลง 18.9% ซึ่งลดลงมาอย่างต่อเนื่อง จากผู้ใช้รถยนต์ NGV บางส่วนหันมาใช้น้ำมันทดแทน อีกทั้งผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นข้อจำกัดทำให้การใช้ NGV ในการเดินทางลดลง ส่วนการใช้ถ่านหิน/ลิกไนต์ เพิ่มขึ้น 4.9% ตามภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว

ด้านความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดในระบบ 3 การไฟฟ้า เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2564 เวลา 14.49 น. อยู่ที่ 31,023 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้น 2.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยการใช้ไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรม เพิ่มขึ้น 6.1% จากเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว ภาคครัวเรือน ลดลง 1.9% จากฐานปี 2563 ที่ค่อนข้างสูงในช่วงล็อกดาวน์และเคอร์ฟิว ประกอบกับในช่วงเดือนพฤษภาคม 2564 เริ่มมีฝนตกทำให้อุณหภูมิไม่สูงนัก การใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนและการใช้ไฟฟ้าในสาขาธุรกิจ ลดลง 5% จากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2563 อย่างชัดเจน อาทิ ธุรกิจโรงแรม ภัตตาคาร ก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ และค้าปลีก และค่าเอฟที ช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคม 2564 อยู่ที่ -15.32 สตางค์ต่อหน่วย ปรับลดลง 2.89 สตางค์ต่อหน่วย จากรอบเดือนกันยายน-ธันวาคม 2563

สำหรับแนวโน้มการใช้พลังงานปี 2564 สนพ. ได้มีการพยากรณ์โดยอ้างอิงสมมุติฐานจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2564 จะปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วง 0.7-1.5% เนื่องจากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลก แรงขับเคลื่อนจากการใช้จ่ายภาครัฐ และการปรับตัวตามฐานการขยายตัวที่ต่ำผิดปกติในปี 2563 ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก คาดว่าราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยในปี 2564 จะอยู่ในช่วง 62-72 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากสมมุติฐานดังกล่าว จะส่งผลให้การใช้พลังงานขั้นต้นในปี 2564 คาดว่าอยู่ที่ 2,015 พันบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้น 0.1% ตามภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาขาการผลิตเพื่อการส่งออกจากเศรษฐกิจโลกและประเทศคู่ค้าที่เริ่มฟื้นตัว คาดการณ์ว่าการใช้พลังงานจะเพิ่มขึ้นเกือบทุกประเภทยกเว้นการใช้น้ำมัน

โดยปี 2564 การใช้ก๊าซฯ และถ่านหิน/ลิกไนต์ คาดว่ามีการใช้เพิ่มขึ้น 3.5% และ 1.8% ตามลำดับ ส่วนการใช้ไฟฟ้าพลังน้ำและไฟฟ้านำเข้า คาดว่าเพิ่มขึ้น 11.7% ขณะที่การใช้น้ำมัน คาดว่าลดลง 5.5% เป็นผลจากการยกระดับมาตรการล็อกดาวน์และการประกาศพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดในเดือนกรกฎาคม 2564 การใช้ LPG ในภาคครัวเรือน ภาคอุตสาหกรรม และภาคอุตสาหกรรมปิโตรเคมี คาดว่าการใช้จะเพิ่มขึ้น 0.9%, 5.3% และ 11.5% ตามลำดับ ขณะที่ภาคขนส่ง คาดว่าการใช้จะลดลง 24% ก๊าซฯ คาดว่าการใช้จะเพิ่มขึ้น 3.5% และการใช้ไฟฟ้า คาดว่าการใช้จะลดลง 0.4%

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้