บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

Last updated: 10 ต.ค. 2568  |  2300 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

RAC เรือธงในออสเตรเลีย ขยายฐานพลังงานสะอาด

การเร่งขับเคลื่อนพลังงานสะอาดให้มีสัดส่วนมากขึ้นของ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในปี 2578 จะมีพลังงานทดแทน 40% จากกำลังการผลิตรวมทั้งหมด 10,815 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันมีพลังงานทดแทน 2,972 เมกะวัตต์ คิดเป็น 27.5% ของกำลังการผลิตทั้งหมด หรือประมาณ 2,972 เมกะวัตต์ ออสเตรเลีย เป็นประเทศในการลงทุนหลักของ RATCH ที่จะช่วยเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดให้ถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น ด้วยสภาพภูมิประเทศที่เอื้อต่อการลงทุนพลังงานหมุนเวียน และการสนับสนุนจากภาครัฐ โดยมีสัดส่วนการลงทุนสูงถึง 19.37% หรือคิดเป็น 2,095 เมกะวัตต์ รองจากประเทศไทยที่มี 5,474 เมกะวัตต์ หรือคิดเป็นสัดส่วน 50.62%

นายนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ RATCH กล่าวว่า ในออสเตรเลีย RATCH มีการลงทุนผ่าน บริษัท ราช ออสเตรเลีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด (RAC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย เป็นแกนหลักในการขยายธุรกิจและสร้างรายได้ โดยครึ่งแรกของปีนี้มีสัดส่วนรายได้ 19% ของรายได้รวม คิดเป็นจำนวนเงิน 2,948 ล้านบาท และคาดว่ารายได้จะเพิ่มมากขึ้นหากโครงการที่อยู่ในมือสามารถพัฒนาและเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) ได้สำเร็จตามเป้าหมาย เนื่องจากออสเตรเลียถือเป็นตลาดไฟฟ้าพลังงานสะอาดและเกี่ยวเนื่องเติบโตอย่างต่อเนื่องตามเป้าหมาย Net Zero Emissions ของประเทศ เพิ่มโอกาสการลงทุนพัฒนาโครงการพลังงานทดแทน ระบบกักเก็บพลังงาน และการให้บริการเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้าโดยใช้ประโยชน์จากโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ

RAC ได้พัฒนาโครงการ Synchronous Condenser ในโรงไฟฟ้ากังหันก๊าซทาวน์สวิลล์ ขนาด 234 เมกะวัตต์ ใช้ก๊าซฯ เป็นเชื้อเพลิง ตั้งอยู่ในเมืองทาวน์สวิลล์ รัฐควีนส์แลนด์ เพื่อรักษาเสถียรภาพระบบส่งไฟฟ้าของรัฐควีนส์แลนด์ โดยจำหน่ายไฟฟ้าในระบบ National Electricity Market (NEM) ซึ่งเป็นตลาดกลางรับซื้อไฟฟ้าของออสเตรเลีย โครงการนี้ถือเป็นการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับสินทรัพย์โรงไฟฟ้าที่กำลังจะปลดระวางตามแผนงาน และคาดว่าความต้องการโครงการลักษณะนี้จะมากขึ้นตามการใช้พลังงานทดแทนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต

ความโดดเด่นของโครงการนี้ คือ เป็นการนำโครงสร้างพื้นฐานของโรงไฟฟ้ามาพัฒนาเป็นระบบไฮบริด โดยใช้ Synchronous Condenser มาช่วยสนับสนุนเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า ทำให้สามารถสลับการทำงานได้ทันทีระหว่างโหมดไฟฟ้าปกติ และโหมด Synchronous Condenser เมื่อไม่มีการผลิตไฟฟ้า แต่เครื่องกำเนิดไฟฟ้าจะยังคงให้แรงเฉื่อยไฟฟ้า ช่วยเสริมความแข็งแรงของระบบเมื่อเกิดเหตุผิดปกติ ทำให้บริษัทสามารถขายได้ทั้งไฟฟ้าและความเฉื่อยที่จะมาช่วยสนับสนุนการเดินเครื่องจากพลังงงานทดแทนที่ยังไม่มีเสถียรภาพ โครงการนี้เริ่มเดินเครื่องเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ใช้เงินลงทุนประมาณ 32 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย แต่บริษัทได้รับเงินจากการเดินเครื่องปีละ 6.8 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย และหากมีการเรียกใช้ไฟจะได้รับเงินอีก 86 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อชั่วโมง มีอายุสัญญา 10 ปี และต่ออายุได้อีก 5 ปu

รัฐบาลของออสเตรเลียมีการส่งเสริมการใช้พลังงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยโรงไฟฟ้าก๊าซฯ ที่ยังสามารถเดินเครื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพและแข่งขันด้านราคาค่าไฟฟ้าได้ จะได้รับการอนุญาตให้มีการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าต่อได้ เป็นการส่งเสริมโรงไฟฟ้าเก่าที่ยังมีประสิทธิภาพให้เกิดการใช้งานอย่างคุ้มค่ามากที่สุด

ในออสเตรเลีย ยังมีอีก 1 โครงการที่มีความน่าสนใจ ที่ RATCH เข้าไปลงทุน เนื่องจากออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีกำลังแรงลมที่เหมาะสมต่อการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม RAC จึงเข้าไปพัฒนาโครงการ Collector Wind Farm ที่ภูมิภาคเซาเทิร์นเทเบิลแลนด์ส (Southern Tablelands) รัฐนิวเซาท์เวลส์ บนพื้นที่ 6,200 เฮกตาร์ หรือประมาณ 38,750 ไร่ โดยมีการติดตั้งเสากังหันลม 54 ต้น กำลังการผลิตติดตั้งรวม 226.8 เมกะวัตต์ เงินลงทุนรวม 360 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ที่มีลมพัดสม่ำเสมอต่อเนื่อง มีความเร็วลมเฉลี่ยประมาณ 26 - 30 เมตรต่อวินาที แต่ถ้าความเร็วเกินกว่า 30 เมตรต่อวินาที เครื่องจะหยุดทำงานเพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น Collector Wind Farm สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้เฉลี่ย 528 กิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี จ่ายไฟให้กับครัวเรือนที่ตั้งอยู่ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ได้ถึง 80,000 ครัวเรือน

ภายใต้แผนกลยุทธ์ของบริษัทฯ RAC จะสนับสนุนเป้าหมายด้านพลังงานทดแทนของบริษัทฯ ที่กำหนดเป้าหมายไว้ 30% ของกำลังการผลิตรวมในปี 2573 และ 40% ในปี 2578 ปัจจุบัน RAC ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างศึกษาเพื่อพัฒนาและก่อสร้างโครงการพลังงานทดแทนและระบบกักเก็บไฟฟ้า รวม 9 โครงการ ซึ่งมี 4 โครงการ ที่มีความก้าวหน้าอย่างมาก คือ

โครงการพลังงานแสงอาทิตย์มารูลัน กำลังการผลิต 150 เมกะวัตต์ ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) ขนาด 81 เมกะวัตต์ และกักเก็บพลังงานได้ 162 เมกะวัตต์-ชั่วโมง อยู่ระหว่างการก่อสร้างและกำหนดจะเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในปี 2570

โครงการระบบกักเก็บพลังงานเบรีล ขนาด 100 เมกะวัตต์ และกักเก็บพลังงานได้ 200 เมกะวัตต์-ชั่วโมง และโครงการระบบกักเก็บพลังงานอีแอล เอริช ขนาด 250 เมกะวัตต์ และกักเก็บพลังงานได้ 500 เมกะวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งแผนงานทั้งสองโครงการได้รับความเห็นชอบแล้ว และคาดว่าจะเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2572

และโครงการพลังงานลมสปริงแลนด์ อยู่ในขั้นตอนการพัฒนาโครงการ ซึ่งการประเมินเบื้องต้นความเร็วลมเหมาะสมเป็นแหล่งพลังงานได้ และมีระบบสายส่งในพื้นที่รองรับได้ สำหรับกำลังการผลิตของโครงการประมาณการ 500 - 800 เมกะวัตต์ คาดว่าเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในปี 2573

ปัจจุบัน RAC บริหารจัดการสินทรัพย์โรงไฟฟ้าในออสเตรเลีย กำลังการผลิตรวม 2,095 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าก๊าซฯ 3 แห่ง และโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน 9 แห่ง ซึ่งรวมถึงโครงการระบบกักเก็บพลังงานด้วย

ออสเตรเลีย เป็นหนึ่งในประเทศที่เป็นฐานการลงทุนในต่างประเทศของ RATCH ซึ่งยังมีประเทศอื่น ๆ ที่เป็นประเทศหลักในการลงทุนเพิ่มเติมของ RATCH คือ อินโดนีเซีย สปป. ลาว เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ที่ล้วนแล้วแต่เป็นประเทศที่จะช่วยเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน และเชื้อเพลิงฟอสซิล ยังมีโอกาสการลงทุนในพื้นที่ใหม่ ๆ ที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพลังงาน ที่ RATCH กำลังมองหาการลงทุนเพิ่มเติม อาทิ ภูมิภาคยุโรปตะวันตก และญี่ปุ่น ที่จะเข้ามาช่วยสร้างรายได้ให้แก่บริษัทฯ เพิ่มขึ้น สร้างความมั่นคงในการผลิตไฟฟ้า และยังเป็นตัวช่วยผลักดันให้บรรลุเป้าหมาย Net Zero ตามแผนในอนาคตด้วย

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Energy Wake Up

26 ก.พ. 2569

Energy Wake Up

23 ก.พ. 2569

Energy Wake Up

27 ก.พ. 2569

Energy Wake Up

24 ก.พ. 2569

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้