Last updated: 11 พ.ค. 2569 | 94 จำนวนผู้เข้าชม |
ไทยออยล์ Q1 ดี Q2 เสี่ยงสูง
นายพงษ์พันธุ์ อมรวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/69 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน มีรายได้จากการขาย 114,809 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,539 ล้านบาท มีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) 31,641 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25,179 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 19,841 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15,977 ล้านบาท
ผลประกอบการที่ดีขึ้น มาจากกำไรจากสต็อกนํ้ามันสุทธิจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าสินค้าคงเหลือ 16,746 ล้านบาท สอดคล้องกับการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคานํ้ามันดิบและน้ำมันสําเร็จรูปในตลาดโลก ซึ่งเป็นผลจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประกอบกับการดำเนินธุรกิจปกติของไทยออยล์มีการจัดซื้อน้ำมันดิบล่วงหน้า 1-2 เดือน ก่อนเดือนที่จะใช้ผลิต ส่งผลให้ต้นทุนน้ำมันทางบัญชีในไตรมาส 1/69 เป็นต้นทุนที่ยังไม่ได้สะท้อนผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันในช่วงความขัดแย้งอย่างเต็มที่ กำไรจากสต็อกน้ำมันดังกล่าวเป็นรายการชั่วคราวและอาจพลิกเป็นขาดทุนจากสต็อกน้ำมันได้ในอนาคต หากราคาน้ำมันปรับตัวลดลงเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย นอกจากนั้น ยังมีกําไรพิเศษจากการซื้อคืนหุ้นกู้ 2,436 ล้านบาท และยังมีการรับรู้ค่าใช้จ่ายและขาดทุนอื่น ๆ อีก 6,628 ล้านบาท หากตัดรายการดังกล่าวข้างต้นออกไปแล้ว จะมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานของกลุ่ม 6,927 ล้านบาท
สำหรับแนวโน้มในไตรมาส 2 ประเมินว่าสถานการณ์ยังคงมีความน่ากังวล และอาจเผชิญกับความผันผวนในทิศทางตรงกันข้ามกับไตรมาส 1 โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง ประกอบด้วย
ความเสี่ยงจากการรับรู้ผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน ตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป เนื่องจากน้ำมันดิบที่จัดซื้อล่วงหน้าเพื่อคงกำลังการกลั่นในระดับสูงสุดในช่วงที่สถานการณ์ความตึงเครียดทวีความรุนแรง (มี.ค.-เม.ย.69) เป็นช่วงที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นมากและมีความผันผวนสูง หากหลังจากนี้สถานการณ์คลี่คลาย จะส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง จะเกิดผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันในอนาคต
ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ไทยออยล์มีภาระเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้นประมาณ 18,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการจัดซื้อน้ำมันดิบที่มีราคาเพิ่มขึ้น ยังมีผลกระทบจากการปรับลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นลง 2-5 บาทต่อลิตร ในช่วงวันที่ 9 เม.ย.-19 พ.ค.69 ส่งผลให้กระแสเงินสดลดลงประมาณ 2,800 ล้านบาท และมียอดเงินชดเชยค้างรับจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 10,314 ล้านบาท (ณ วันที่ 5 พ.ค.69) ส่งผลให้กระแสเงินสดลดลง ซึ่งไทยออยล์ได้รับเงินชดเชยคืนเป็นระยะ ๆ ซึ่งในช่วงสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ระยะเวลารับคืนเงินชดเชยประมาณ 1-2 ปี จากปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้สภาพคล่องของไทยออยล์ลดลงรวม 31,000 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมภาระต้นทุนทางการเงินและดอกเบี้ยจ่ายที่ต้องรับภาระเพิ่มขึ้นกว่า 900 ล้านบาท ต้นทุนที่เกิดขึ้นไม่ใช่ต้นทุนจากการดำเนินธุรกิจตามปกติ และไม่ได้ส่งผ่านในราคาน้ำมันให้เป็นภาระของผู้บริโภค แต่เป็นต้นทุนจากการลดความเสี่ยงของประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศจะไม่เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมัน
นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงจากความผันผวนของความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูป มีการสูญเสียโอกาสสร้างรายได้ เนื่องจากมีการห้ามส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปในช่วงที่ราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง ทำให้ไม่สามารถขายน้ำมันอากาศยานและน้ำมันดีเซลไปยังตลาดต่างประเทศได้ ในขณะที่ยังต้องรักษากำลังการผลิตในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง เพื่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ทำให้ระดับน้ำมันสำเร็จรูปคงคลังเพิ่มขึ้นจนเข้าใกล้ระดับสูงสุด จึงได้มีการนำคลังของโครงการ CFP มาใช้เก็บน้ำมันเพิ่มเติม และอาจต้องพิจารณาปรับลดกำลังการผลิตในระยะเวลาอันสั้นนี้ เพื่อบริหารจัดการสต็อกให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีการขาดทุนจากการขายน้ำมันดิบ เนื่องจากการเร่งจัดหาน้ำมันดิบล่วงหน้า เพื่อให้มั่นใจว่าโรงกลั่นสามารถเดินเครื่องได้เต็มกำลังตลอดเวลา อาจจำเป็นต้องขายน้ำมันดิบส่วนหนึ่งตามราคาตลาด ณ เวลานั้น ถึงแม้ว่าจะมีราคาต่ำกว่าต้นทุนจัดซื้อ ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการขาดทุนทางบัญชี
จากปัจจัยความเสี่ยงข้างต้น ผลการดําเนินงานในไตรมาส 2 และผลประกอบการครึ่งปีหลังของไทยออยล์มีความไม่แน่นอนสูง ทั้งจากมาตรการภาครัฐ ทิศทางราคานํ้ามันดิบในตลาดโลก และอุปสงค์และอุปทานของนํ้ามันสําเร็จรูป หากราคานํ้ามันมีการปรับลดลงอย่างรวดเร็วหลังสถานการณ์คลี่คลาย จะส่งผลกระทบให้กลุ่มไทยออยล์เกิดผลขาดทุนและกระทบต่อสภาพคล่อง
ผลประกอบการในระยะสั้นได้รับแรงหนุนจากกําไรสต๊อกนํ้ามัน เนื่องจากต้นทุนนํ้ามันดิบที่ได้จัดซื้อก่อนสงครามที่เทียบกับราคานํ้ามันดิบในตลาดที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม กําไรส่วนนี้เป็นผลจากความต่างด้านเวลาในการรับรู้ต้นทุนนํ้ามัน ซึ่งมีลักษณะชั่วคราวและอาจผันผวนตามทิศทางราคานํ้ามันในตลาดโลกในระยะถัดไป เมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ไทยออยล์จะเผชิญขาดทุนสต๊อกนํ้ามัน รวมถึงมีผลกระทบจากต้นทุนและปริมาณนํ้ามันดิบที่จัดซื้อล่วงหน้าในระดับสูง หากราคานํ้ามันสําเร็จรูปในตลาดปรับลดลงหลังสถานการณ์คลี่คลาย ไทยออยล์อาจเผชิญขาดทุนจากการดําเนินงาน
ทั้งนี้ มีการทำประมาณการในกรณีเลวร้ายที่สุดจะได้รับผลกระทบ และต้องเตรียมแผนด้านการเงินไว้รับมือกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถบอกได้ว่าเมื่อเหตุการณ์ในตะวันออกกลางสิ้นสุดลง ผลประกอบการจะเกิดการขาดทุนหรือไม่ เนื่องจากความผันผวนของราคาน้ำมันยังมีอยู่สูง อาจทำให้ประมาณการต้องเปลี่ยนไป จึงต้องคอยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ABOUT THE AUTHOR
กองบรรณาธิการ Thainews-online
11 พ.ค. 2569
11 พ.ค. 2569
11 พ.ค. 2569