ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)

Last updated: 16 ก.ย. 2564  |  1438 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)

ปตท.สผ. ขอเวลา 1 ปี ปรับโครงสร้างพลังงานใหม่

ปตท.สผ. ขอเวลา 1 ปี ปรับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพลังงานใหม่ หาธุรกิจที่น่าสนใจเน้นนวัตกรรม เทคโนโลยี เดินหน้าสู่การเป็นบริษัท Low Carbon มองว่าธุรกิจก๊าซธรรมชาติยังเป็นพื้นฐานการสร้างไฟฟ้าที่สะอาด ส่งเสริม AI & Robotics ทำ Carbon Capture และศึกษาการทำไฮโดรเจน มีเป้าหมายที่จะเห็นกำไรในธุรกิจที่ไม่ใช่ Oil & Gas ประมาณ 20%

นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ อยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพลังงานใหม่ (Energy Transition) ซึ่งกำลังเป็นทิศทางการลงทุนที่น่าสนใจ โดยจะขอเวลา 1 ปี ในการสร้างความชัดเจนว่า ปตท.สผ. จะเดินไปในทิศทางไหน เนื่องจากคาดว่าในอนาคตการพัฒนาแหล่งพลังงานจะเริ่มลดลง แม้จะมองว่าในอนาคตข้างหน้าจะไม่ได้เปลี่ยนผ่านจากธุรกิจน้ำมันและก๊าซฯ แต่มีเป้าหมายที่จะมุ่งหน้าไปสู่การเป็น Low Carbon ซึ่งจะต้องมีเทคโนโลยีในการที่จะรับมือกับภาวะก๊าซเรือนกระจก โดยการใช้พลังงานแบบเดิมยังคงมีความจำเป็น แม้จะมีแนวโน้มที่จะลดการใช้ลงอย่างแน่นอน หรืออาจจะถูกปรับเปลี่ยนให้เกิดการใช้ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด ด้วยเทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาช่วยจัดการ

“การเปลี่ยนเป็น Energy Transition เป็นการยืดเวลาธุรกิจ E&P ที่มาจากฟอสซิล ที่เรารู้ว่าทำให้โลกไม่สะอาดเท่าที่ควร แต่จะทำให้โลกรู้ว่า ปตท.สผ. จะทำทุกอย่างให้เป็น Low Carbon โดยมองว่าธุรกิจก๊าซฯ เป็นตัวพื้นฐานในการสร้างพลังงานไฟฟ้าที่สะอาดในระดับหนึ่ง เพราะการทำพลังงานหมุนเวียน ยังมีต้นทุนค่อนข้างสูง ก๊าซฯ น่าจะเรียกว่าเป็น Transition ได้ในอนาคต” นายพงศธร กล่าว

โดยในส่วนของการทำธุรกิจขุดเจาะ สำรวจ และผลิตปิโตรเลียม (E&P) จะมีการทำ Carbon Capture ที่ดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) จากการผลิตปิโตรเลียม โดยใช้เทคโนโลยีในการดักจับและส่งกลับลงไปในใต้โลก เพื่อจะได้ไม่ปล่อย CO2 ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ หรือเอา CO2 มาใช้ประโยชน์โดยเปลี่ยนเป็นสารตั้งต้นที่เรียกว่า Carbon nanotube เพื่อเอาไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง อาทิ เป็นส่วนประกอบของแบตเตอรี่ที่มีน้ำหนักเบามาก ซึ่งตอนนี้ทำอยู่ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนา ของ ปตท.สผ. ที่วังจันทร์วัลเลย์ จ.ระยอง ที่มีผลผลิตออกมาแล้วแต่ปริมาณยังไม่มาก ก็จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยดูดซับ CO2

อย่างไรก็ตาม ในช่วง 3 ปีก่อน ปตท.สผ. ได้เริ่มธุรกิจ AI & Robotics หรือเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และหุ้นยนต์ ผ่านบริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด (ARV) ซึ่งไม่ได้เอามารองรับธุรกิจปัจจุบัน แต่จะมาช่วย ปตท.สผ.พัฒนาในเชิงเทคโนโลยี เริ่มจากพัฒนาหุ่นยนต์ใต้น้ำ อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) เพื่อสำรวจโครงสร้างอุตสาหกรรม Oil & Gas ตอนนี้กำลังจะสำรวจขา เสา ทาวเวอร์ของเทเลคอม ที่จะมีอยู่เป็นหมื่นๆ ต้น ทำให้เริ่มมีภาพที่ชัดเจนมากขึ้น จะมีธุรกิจที่เกิดขึ้นจากแบบนี้มากขึ้น และจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จะเป็นโอกาสให้ ARV สามารถสร้างธุรกิจสุขภาพได้ โดยไปทำเตียงความดันลบ และจะนำเทคโนโลยี Seismic มาพัฒนาร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ในแง่มุมต่างๆ ของเฮลท์แคร์ ที่จะพัฒนาเทคโนโลยีอันดับหนึ่งของประเทศไทยในอนาคตอันใกล้นี้

ยังมองการทำไฮโดรเจนมากขึ้น โดยยังไม่มีการลงทุนแต่ได้พูดคุยกับทางสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เพื่อหวังว่าจะมีการศึกษาร่วมกัน

นอกจากนี้ กำลังศึกษาเรื่องเคมีภัณฑ์ต่างๆ จากส่วนเกินของ E&P มาใช้ประโยชน์ ถ้าพัฒนาเชิงพาณิชย์ได้ก็จะเป็นธุรกิจใหม่ เพราะต้นทุนทางวัตถุดิบแทบไม่มี แต่เพิ่มมูลค่าได้

ก่อนหน้านี้ นางอรชร อุยยามะพันธุ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงิน ปตท.สผ. เคยกล่าวว่า ปตท.สผ. ตั้งเป้าจะพัฒนาธุรกิจใหม่ให้มีสัดส่วนรายได้เป็น 20% ของรายได้รวมในปี 2573 และตั้งเป้าลดคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้ 25% โดยธุรกิจใหม่ประกอบด้วย 1.ธุรกิจ AI & Robotic ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ 2.ธุรกิจไฟฟ้า โดยมองการลงทุนไปที่ประเทศเมียนมา และเวียดนาม ซึ่งจะทำ Gas to Power, LNG to Power และพลังงานหมุนเวียน และ 3.ธุรกิจ Carbon Capture Storage (CCS) หรือการดักจับคาร์บอน

และกำลังศึกษาที่จะมีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ที่แท่นผลิตปิโตรเลียม การใช้เรือไฟฟ้า หรือเว็บคราฟท์ เพื่อเพิ่มการใช้พลังงานสะอาด และจะนำก๊าซฯ ส่วนเกินจากกระบวนการผลิตกลับมาใช้ใหม่ โดยกำลังศึกษาเทคโนโลยี CCS เพื่อนำไปใช้ในโครงการต่าง ๆ ทั้งในประเทศไทยและมาเลเซีย โดยคาดว่าจะนำ CCS มาใช้ในโครงการ SK 410B ในมาเลเซีย ซึ่งจะเป็นโครงการแรกที่มีการใช้ CCS ในภูมิภาคนี้

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับ Energy Transition กำลังเป็นเทรนด์การลงทุนใหม่ของโลก โดยปัจจุบันมีบริษัทกว่า 1,200 แห่งทั่วโลก ที่พัฒนาเทคโนโลยีด้านพลังงานสะอาด และบริษัทหลายแห่งพัฒนาวัสดุอุปกรณ์พลังงานทดแทน เพราะการบริโภคเชื้อเพลิงฟอสซิล กระทบกับสภาพแวดล้อมอย่างมาก และปัจจุบันภาวะโลกร้อนที่เกิดจากการปล่อย CO2 แม้ว่าจะมีการใช้พลังงานทางเลือกอื่น ๆ มากขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอและยังไม่สามารถทดแทนการใช้พลังงานฟอสซิลได้ โดยมีการประเมินว่า Energy Transition ที่จะเกิดขึ้นในช่วง 30 ปีนี้ จะมีมูลค่าการลงทุนสูงมาก และเป็นโอกาสในการลงทุนที่น่าสนใจ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Energy Wake Up

23 ก.พ. 2569

Energy Wake Up

27 ก.พ. 2569

Energy Wake Up

26 ก.พ. 2569

Energy Wake Up

24 ก.พ. 2569

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้